• Kiyosumi Gardens

    A Japanese style garden located in east side of Tokyo. It has very famous collections of Japanese stones.

  • Yanaka

    A Beauty in Everyday Life awaiting You.

  • Easy Miso Ramen

    Quick and delicious homemade miso ramen recipe.

Friday, October 19, 2018

ทูน่าสลัด (Tuna Salad)

ห่างหายไปจากการอัพเมนูใหม่ ๆ มาพัักใหญ่ทีเดียวนะคะ แต่ถ้าติดตามทางเพจจะรู้ว่าช่วงนี้ขยันอยู่ แต่เป็นการถ่ายรูป อัพเดทเมนูเก่า ๆ ที่เคยเขียนไว้เสียส่วนมาก ถ้าใครติดตามตลอดจะรู้ว่าต๊ะเริ่มเขียนบล็อกตั้งแต่ยังไม่ประสีประสางานครัว ยังไม่มีประสบการณ์ด้านถ่ายรูป โพสต์เก่า ๆ จะเต็มไปด้วยความไม่สมบูรณ์แบบ รูปไหว ๆ เบลอ ๆ มืด ๆ มีครบหมด ซึ่งเดิมทีเคยคิดว่าจะไม่เข้าไปแก้ไขอะไร จะเก็บไว้เหมือนเป็นการบันทึกช่วงวันเวลา เป็นไดอารี เป็นสูตรอาหารเก็บไว้ดูคนเดียว แต่ตอนนี้คนอ่านก็เพิ่มขึ้น ไม่ได้เขียนเอง อ่านเองเหมือนตอนแรก เพราะฉะนั้นถ้าไม่ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงก็จะไม่ยุติธรรมกับคนอ่านนะคะ ก็เลยทยอยแก้ ทยอยทำ  จะได้เป็นบล็อกสวย ๆ เนื้อหาน่าเชื่อถือกับใครเค้าบ้าง

วันนี้จะมาชวนทำทูน่าสลัดค่ะ ปกติแล้วที่บ้านกินทูน่าบ่อยมาก เอามาใส่เซนวิชบ้าง เอามาทำสลัดบ้าง  หรือทำลาบ ทำยำแบบไทย ๆ ก็เคยนะคะ ทูนาสลัดวันนี้เป็นสูตรที่ตั้งใจทำมาก ใจดีมีนํ้าสลัดสองสูตรเลยค่ะ มีทั้งสูตรใช้นํ้ามัน และไม่ใช้นํ้ามัน แต่ทั้งสองสูตรเป็นสูตรสุขภาพนะคะ นํ้ามันเป็นนํ้ามันมะกอก รสไม่เค็มจัด หวานจัด นํ้ามันก็ใช้น้อยนะคะ แต่ถ้าใครที่ต้องการคุมนํ้าตาล คุมเกลือจริง ๆ ก็ลดปริมาณดูนะคะ หรือจะไม่ใส่เลยก็ได้นะคะถ้าชิมแล้วรสชาติถูกปาก

ทูน่าจะใช้แบบในนํ้าเกลือ หรือนํ้ามันก็ตามสะดวกนะคะ ไม่มีข้อจำกัดสำหรับเมนูนี้ แต่ถ้าถามความชอบแล้ว ต๊ะชอบทูน่าในนํ้ามันมากกว่า อร่อยกว่า แต่ก็กินได้หมดค่ะ

เอาล่ะค่ะ ตามมาดูสูตรทูน่าสลัด ที่ต๊ะทำกินกับซาดาโอะ และโคชิดีกว่า อร่อยน้า

ส่วนผสม

ทูน่า 100 กรัม
ผักกาดแก้ว 25 กรัม
กะหลํ่าปลี่ 20 กรัม 
ผักอย่างอืนเล็กน้อยค่ะ
ไข่ตุ้ม 1 ฟอง

นํ้าสลัดสูตรนํ้ามันมะกอก

นํ้ามันมะกอก 1 ช้อนโต๊ะ
Mizkan Rice Vinegar 1 ช้อนโต๊ะ
มัสตาร์ด 1/4 ช้อนชา
เกลือ 1/8 ช้อชา
มายองเนสญี่ปุ่น 1/2 ช้อนโต๊ะ

นํ้าสลัดสูตรโชยุ-งาขาว

โชยุ 1 ช้อนโต๊ะ
Mizkan Rice Vinegar 1 ช้อนโต๊ะ
งาขาวคั่ว 1/2 ช้อนโต๊ะ
นํ้ามันงา 1/8 ช้อนชา
นํ้าตาล 1/2 ช้อนชา

วิธีทำ
1. จัดผัดใส่จานนะคะ 
2. วางไข่ต้ม และทูน่าลงไป
3. นําส่วนผสมทั้งหมดของนํ้าสลัดผสมรวมกันในถ้วย คนให้เข้ากันดี จะเสิร์ฟแยก หรือคลุกไปเลยก็ได้ค่ะ


ลองทำกันดูนะคะ

Saturday, October 13, 2018

ซาลาเปาไส้หมูแดง (Char Siew Bao)

ต๊ะชอบทำซาลาเปาเอง และทำบ่อย ๆ ค่ะ จริง ๆ แล้วซาลาเปาก็ไม่ได้ทำยากเท่าที่ใคร ๆ คิดกันนะคะ ส่วนผสมแป้งก็มีน้อย ยิ่งถ้าใครมีเครื่องผสมแบบ stand mixer ที่ใช้ผสมแป้งทำขนมปังได้จะบอกเลยว่าใช่้เวลาน้อยมาก ส่วนใครที่ไม่่มีเครื่องไม่ต้องเสียใจไปค่ะ ต๊ะก็ไม่มีเหมือนกัน ใช้มือนวดเอานี่ล่ะค่ะ ทำได้เหมือนกัน ใช้แรงและใช้เวลาสักหน่อย วิธีนวดก็เหมือนนวดแป้งขนมปังทั่วไป หาดูจากยูทูปได้นะคะ ถ้าใครไม่เคยนวดแป้งเอง ลองดูสักครั้งแล้วจะรู้ว่าง่าย และจะง่ายขึ้นในครั้งต่อ ๆ ไป

แป้งซาลาเปาสูตรนี้ใช้แป้งสาลีหรือแป้งทำเค้กธรรมดานะคะ นวดสเต็ปเดียวไม่มีแป้งใน แป้งนอก จริง ๆ แล้วถ้าสามารถหาซื้อ wheat starch หรือ Hong Kong flour ไ้ด้ ซาลาเปาน่าจะขาวฟู น่ากินกว่านี้ ถ้าจริงจังอาจจะพรีออร์เดอร์หรือหาซื้อจาก Kappabashi ได้ แต่ส่วนตัวเป้นสายสะดวก อะไรที่พอปรับได้ ก็ขอปรับ แต่พยายามรักษามาตรฐานความอร่อยไว้นะคะ

เคล็ดลับในการทำให้แป้งซาลาเปาขาวนุ่ม อย่างแรกคือนํ้าส้มสายชูหรือนํ้าเลมอน นํ้ามะนาว เราจะใส่ลงไปในแป้งและนํ้าสำหรับนึ่ง (นิดหน่อยเท่านั้นค่ะ รับรองว่าไม่มีรสเปรี้ยว) กรดผลไม้หรือกรดนํ้าสัมจะทำให้แป้งขาวโดยไม่ต้องพึ่งสารเคมีใด ๆ  และยังซื้อหากันได้ไม่อยากด้วยค่ะ นอกจากนํ้าส้มแล้ว เวลาคลิงแป้ง รีดแป้ง ก่อนที่จะห่อหรือจีบซาลาเปา ไม่ต้องโรยแป้งนวลหรือโรยแต่น้อยนะคะ เพราะถ้าโรยมาหไปแป้งซาลาเปาของเราอาจจะกระด้างได้นะคะ แป้งสูตรนี้มีนํำ้มันเป็นส่วนผสม ไม่ติดกระดาน ไม่ติดมือค่ะ

ในส่วนของไส้ ถ้าใครชอบใส้เยอะ แป้งบาง ๆ ก็เพิ่มปริมาณไส้เป็นสัก 2 เท่าได้เลยค่ะ ใครรักใครชอบติ่มซำ ชอบซาลาเปา อย่าพลาดซาลาเปาไส้หมูแดงสูตรนี้นะคะ รับรองเลยค่ะว่าไม่ยากอย่างที่คิด

เอาล่ะค่ะ ตามมาดูสูตรซาลาเปาไส้หมูแดง ที่ต๊ะทำกินกับซาดาโอะ และโคชิดีกว่า อร่อยน้า


ส่วนผสม
แป้งเค้ก 380 กรัม
นํ้าตาลไอซิง 90 กรัม 
นํ้ามันพืช 30 กรัม
ยีสต์แบบแห้ง (Instant Dry Yeast) 8 กรัม
นํ้าอุ่น 160 มล.
ผงฟู 10 กรัม
นํ้าเปล่า 10 มล.
นํ้าเลมอน 1/2 ช้อนชา

สำหรับไส้
หมูแดง 250 กรัม หั่นเต๋านะคะ
หอมใหญ่ 100 กรัม หั่นสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ
แป้งข้าวโพด 1.5 ช้อนโต๊ะ
นั้าเปล่า 150 มล.
นํ้าตาล 2 ช้อนชา
นํ้ามันหอย 2 ช้อนชา
Hoisin Sauce 2 ช้อนชา
นํ้ามันพืช 1.5 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
1. ร่อนแป้งเค้กกับนํ้าตาลไอซิงรวมกัน เสร็จแล้วทำบ่อตรงกลางนะคะ
2. เทนํ้าอุ่นลงไปตรงกลาง แล้วตามด้วยยีสต์ และนํ้าเลมอนนะคะ คนเบา ๆ รอให้ยีสต์ขึ้น
3. เสร็จแล้วตะล่อมให้เข้ากันเบา ๆ เทนํ้ามันลงไปค่ะ จากนั้นก็นวดให้เข้ากัน จนแป้งเนียนไม่ติดมือ ผิวเรียบนะคะ ถ้านวดมือจะใช้เวลาประมาณ 30-40 นาทีค่ะ 
4. จากนั้นใช้ cling film ปิด แล้วเอาไปเก็บไว้ในที่อุ่น ๆ รอจนแป้งขึ้นประมาณ 2 - 2.5 เท่านะคะ 
5. เสร็จแล้ว เอามานวดไล่ลม ผสมผงฟูกับนํ้าเปล่าแล้วเทลงไปค่ะ นวดให้เข้ากันค่ะ เสร็จแล้วค่ะ สำหรับขั้นตอนเตรียมแป้ง

สำหรับไส้นะคะ ควรจะเตรียมก่อน หรือระหว่างรอแป้งขึ้นก็ได้ค่ะ ใช้เวลาไม่นานค่ะ 

6. ตั้งกระทะให้ร้อน ใส่นํ้ามันพืชลงไปแล้วตามด้วยหอมใหญ่ ผัดจนสุกใสดี 
7. ใส่หมูแดงลงไป เสร็จแล้วปรุงรสด้วยนํ้ามันหอย Hoisin Sauce นํ้าตาล
8. ผสมนํ้ากับแป้งข้าวโพด ใส่ลงไปค่ะ รอจนซอสข้นและนํ้าแห้งเกือบหมด  ทิ้งไว้ให้เย็นสนิัิทแล้วจึงเอาไปห่อนะคะ หรือถ้าพอมีเวลาแช่เย็นไว้จะดีมาก เพราะจะห่อซาลาเปาได้ง่ายกว่า
9. แบ่งแป้งเป็น 16 ส่วนเท่า ๆ กัน เสร็จแล้วคลึงเป็นวงกลมขนาดประมาณ 3 นิ้ว ตักไส้วางตรงกลางแล้วห่อ เสร็จแล้ววางลงบนกระดาษไข 
10. เอาลังถึงตั้งไฟจนนํ้าเดือดพล่าน เอาซาลาเปาวาง กะให้มีะระยะห่างกันประมาณ 1.5 นิ้วนะคะ เพราะแป้งจะขึ้นฟูเยอะพอสมควร 
11. นึ่งไป 12 นาที ระหว่างนึ่งห้ามเปิดฝาเด็ดขาดนะคะ เพราะซาลาเปาจะไม่่ฟู ถ้าความร้อนลดลง
12. เสร็จแล้วเอาผึ่งบนตะแกรงนิดหน่อย ก้นจะได้ไม่แฉะนะคะ






Monday, October 1, 2018

ปลาซัมมะย่างเทอริยากิ (Sanma Teriyaki)

และแล้วฤดูใบไม้ร่วงก็เดินทางมาถึงโตเกียวแล้วค่ะ ฃ่วงนี้อากาศก็จะเริ่มเย็น มีสายฝนโปรยปราย พระอาทิตย์ตกเร็วขึ้น  อาหาศหนาวนิด ๆ ในบางวัน ถึงจะมีแอบเบื่อฝนบ้างแต่ก็ถือว่าเป็นช่วงที่อากาศกำลังสบาย ๆ นะคะ หายใจโล่งมากเมื่อเทียบกับหน้าร้อน

ฤดูใบไม้ร่วงเป็นฤดูแห่งกีฬาในญี่ปุ่น เพราะอากาศกำลังดี ไม่หนาว ไม่ร้อนมาก ฃ่วงนี้ถ้าเดินออกไปข้างนอกก็จะเห็นคนออกมาพายเรือยางบ้าง ตกปลาบ้าง วิ่งจ๊อกกิ้งอะไรบ้าง และช่วงนี้โรงเรียนหลายแห่งจะจัดกีฬาสีกัน บรรยากาศรอบตัวสดชื่นและคึกคักทีเดียวค่ะ

นอกจากเป็นช่วงที่มีการแข่งกีฬาเยอะแล้ว ช่วงนี้ยังเป็นเวลาของอาหารอร่อย ๆ หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นมันเทศ ฟักทอง ปลาข้าวสาร และปลาซัมมะ ปลาที่จะนำเสนอในวันนี้ึึค่ะ :ซัมมะเป็นปลาดาบแห่งฤดูใบไม้ร่วง เป็นสัญลักษณ์ของฤดู โดยปกติแล้วนิยมเอามาย่างเกลือ ปรุงกันง่าย ๆ ใช้เครื่องปรุงไม่มากมาย แค่ได้ปลาสด ๆ เนื่อมัน ๆ ก็อร่อยเหาะ แต่่ยังมีวิธีปรุงซัมมะอีกมากมายหลายอย่าง วันนี้จะมาประเดิมด้วยซัมมะย่างเทอริยากิ ง่าย ๆ แต่รับประกันความอร่อยค่ะ

ซอสเทอริยากิวันนี้ไม่เหมือนกับซอสสูตรอื่นที่เคยลงไปนะคะ มีใส่นํ้ามันงาลงไปเพื่อความหอม โรยงาขาวคั่วก่อนเสิร์ฟสักหน่อย เข้ากันเป็นที่สุดค่ะ ใครที่พอหาซื้อซัมมะได้และอยากลองปรุงซัมมะแบบอื่นนอกจากย่างเกลือ ต้องลองค่ะ

เอาล่ะค่ะ ตามมาดูสูตรปลาซัมมะย่างเทอริยากิ ที่ต๊ะทำกินกับซาดาโอะ และโคชิดีกว่า อร่อยน้า

ส่วนผสม
ปลาซัมมะ 2 ตัว
นํ้าเปล่า 4 ช้อนโต๊ะ
สาเก มิริน โชยุ อย่างละ 1 ช้อนโต๊ะ
นํ้ามันงา 1/4 ช้อนชา
นํ้าตาล 2 ช้อนชา
งาขาวคั่ว 1-2 ช้อนโต๊ะ
แป้งข้าวโพดเล็กน้อย
นํ้ามันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
1. ล้างซัมมะให้สะอาด แล้วแล่เอาก้างออกตามรูปนะคะ เสร็จแล้วเอา paper towel ซับนํ้าออก
2. โรยแป้งข้าวโพดบาง ๆ ให้ทัั่ว แป้งข้าวโพดจะช่วยให้ปลากรอบ และซอสข้นเหนียวนะคะ
3. ตั้งกระทะใส่นํ้ามัน เอาปลาลงทอด
 5. พอเนื้อปลาด้านนอดเปลี่ยนสี ให้ผสมนํ้าเปล่า สาเก โชยุ มิริน นํ้ามันงา และนํ้าตาลในถ้วย แล้วใส่ลงไปค่ะ

 6. ลดไฟลงเป็นไฟกลางค่อนข้างอ่อน เคี่ยวไปสักครู่จนซอสข้นดี

7. ตักใส่จาน โรยงาขาว พร้อมเสิร์ฟค่ะ ลองทำกันดูนะคะ

Monday, September 17, 2018

วาฟุ ฮัมบากุ (Wafu Hambagu)

แฮมเบอร์เกอร์สไตล์ญี่ปุ่นหรือที่คนญี่ปุ่นเรียกว่า Hambagu เป็นเนื้อหมู / เนื้อวัวสับปรุงรสปั้นเป็นก้อน แล้วเอาไปตุ๋นกับซอส  วันนี้ต๊ะทำวาฟุ ฮัมบากุ สเต๊กที่ปรุงรสด้วยเครื่องปรุงแบบฐี่ปุ่น ซอสที่ใช้อาจจะทำจากพอนสึ (ดูวิธีทำแบบโฮมเมดที่นี่ค่ะ) ดาชิ โขยุ หรือเมนสึยุ แบบที่ต๊ะใช้วันนี้ ซึ่งรสชาติจะไม่เหมือนฮัมบากุที่เคยลงสูตรไว้เลยนะคะ เครื่องปรุงน้อยแต่อร่อยมาก ไม่เชื่อลองไปทำกันดูนะคะ

เมนสึยุเป้นซอสอเนกประสงค์ใช้ทำนํ้าซุป/ นํ้าจิ้มโซบะ ราเมน อุด้ง หรือจะใช้เป็นซอสจิ้มเทมปุระ หรือจะใช้เป็นเครื่องปรุงรส ใส่ผัดผักก็แสนอร่อย และสะดวกมากๆ ค่ะ โดยทั่วไปในตลาดจะมีขายแบบพร้อมใช้ และแบบที่ต้องเอาไปผสมนํ้าก่อน ต๊ะใช้แบบที่ต้องเอาไปผสมนํ้าแบบ 3:1 (นํ้าสามส่วนนะคะ)

เมนสึยุมีทำจากปลาโอแห้ง  โชยุ มิริน สาเก ถ้าสะดวกจะทำเอง ก็ไม่ยากนะคะ แต่ต้ม โชยุ มิริน (อย่างละ 1/2 ถ้วย) สาเก 1/4 ถ้วย แล้วใส่ปลาโอแห้งไป 1 กำมือ พอเดือดก็กรองออก ปลาโอแห้งเก็บเอาไว้ทำฟุุริคาเกะได้ค่ะ ไม่ต้องทิ้ง

วันนี้ต๊ะใช้เนื้อวัวล้วนนะคะ ถ้าใครสะดวกเนื่อหมูจะเป็นเนื้อหมูก็ได้ หรือผสมกันก็อร่อยดี ถ้าเป็นเนื่อไก่ก็เลือกที่มันๆ หน่อย ไม่่งั้นน่าจะแห้งไปสำหรับเมนูนี้ค่ะ

ชางนี่ลูกชายสอบ ต๊ะก็ทำอาหารพิเศษหน่อย เมนูนี้โคชิชอบ จัดจานสวยๆ หน่อย ของที่ไม่ชอบอย่างมะเขือเทศหรือองุ่นเนี่ยกินหมดนะคะ ขนาดว่าพ้นวัยตึ่นเต้นกับอาหารรูปการ์ตูน หรือ charaben นานแล้ว แต่ลึกๆ ถามว่าชอบไหม ตอบได้เลยว่ายังชอบมาก เพียงแต่ไม่ค่อยจะแสดงออกเท่านั้นเอง ใครที่ลูกกินอาหารยาก ลองจัดจานน่ารักๆ ดูนะคะ ช่วยได้มากเลย

เอาล่ะค่ะ ตามมาดูสูตรวาฟุ ฮัมบากุ (Wafu Hambagu) ที่ต๊ะทำกินกับซาดาโอะและโคชิดีกว่า อร่อยน้า  

ส่วนผสม
เนื้อวัว 250 กรัม
ไข่ไก่ตีให้เข้ากัน 1/2 ฟอง
เกลือ พริกไทย อย่างละนิดหน่อย
หอมใหญ่สับ 1/4 ลูก
เกล็ดขนมปังแห้ง 1/4 ถ้วย
เมนสึยุ 1 ช้อนโต๊ะ
นํ้ามันนิดหน่อยสำหรับทอด

สำหรับซอส
นํ้าเปล่า 100 มล.
เมนสึยุ 2 ช้อนโต๊ะ
นํ้าตาล 1 ช้อนชา

สำหรับเสิร์ฟ
หัวไชเท้าขูด
ผักสด
เมล็ดข้าวโพดต้มสุก (ใครสะดวกเอาไปผัดเนยก็ดีนะคะ เข้ากันดีเลย)

วิธีทำ
1. ผสมเนื้อ ไข่ เกล็ดขนมปัง เกลือพริกไทย หอมใหญ่ เมนสึยุ นวดให้เข้ากัน พักไว้ในตุู้เย็นอย่างน้อยที่สุด 3 ชั่วโมง  จากนั้นแบ่งส่วนผสมเป็น 4 ส่วน ปั้นเป็นก้อนเท่าๆ กัน
2. ตั้งกระทะใส่นํ้ามัน ใส่ส่วนผสมลงไปทอด อย่าพลิกบ่อยนะคะ ส่วนผสมนิ่มมากอาจจะแตกได้ ตรงนี้นํ้ามันอาจจะดูเยอะหน่อย พอส่วนผสมเกรียมนิดๆ จะใช้ paper towel หรือชัอนตักก็ได้นะคะ ต๊ะเอาช้อนตักเพราะเสียดายนํ้ามัน เอาไปทำผัดไทยต่อได้ อร่อยกว่านํ้ามันพืชธรรมดา
3. จากนั้นใส่สวนผสมซอสลงไป ปิดฝาจนนํ้าแห้งเกือบหมด และเนื่อสุกดี
4. เสิร์ฟกับหัวไชเท้าขูด และผักตามชอบค่ะ
ทำเสร็จแล้วถ้ากลัววาฟุ ฮัมบากุ (Wafu Hambagu) จะเหงา ก็จัดเซ็ตง่ายๆ กับไข่หวาน สลัดมันฝรั่ง และเค้กส้มนะคะ

ทำฮัมบากุแล้ว ถ้ามีเหลือเอาไปใส่เบนโตกันได้นะคะ ถ้าไม่รู้ว่าจะใส่อะไรดี ลองสลัดมันฝรั่งนะคะ ง่ายมากๆ ค่ะ ดูสูตรสลัดมันฝรุ่งที่นี่ึค่ะ 
http://nipponkitchen.blogspot.com/2011/08/blog-post.html

ปล. Link ร้านค้าต่างๆ ที่ใส่ไว้ มีเพื่อความสะดวกเผื่อว่าจะไปลองหาซื้อกัน แต่ตีะไม่เคยลองซื้อออนไลน์นะคะ

Wednesday, September 5, 2018

ผักต้มแช่ดาชิ (Ohitashi)

ผักต้มแช่ดาชืิเป็นเมนูผักที่นิยมทำกินกันในครอบครัวญี่ปุ่นมาเนินนาน ผักที่นิยมนำมาทำเมนูนี้มากที่สุดคือผักปวยเล้งค่ะ แต่ไม่ว่าเป็นผักอไรก็ทำเมนูนี้ได้หมด วันนี้ต๊ะใช้โคมัตสึนะกับกะหล๊่าปลีนะคะ นานๆ ทีเปลี่ยนบรรยากศบ้าง โคมัตสึนะเป็นผักใบเขียว รสชาติใกล้เคียงกับคะน้า แต่ไม่กรอบเท่า เหนียวกว่าประมาณนึง ร้านราเมนบางร้านเอามาต้มใส่ราเมนมีบ้างค่ะ ไม่แน่ใจว่าพอจะหาซื้อกันได้ไหม ถ้าไม่ได้ก็ใช้ผักอย่างอื่นค่ะไม่ต้องลังเล 

ที่จริงโพสต์นี้ว่าจะมาตั้งแต่เมื่อวาน แต่พอดีพายุไต้ฝุ่นเข้าญี่ปุ่น และเป็นพายุที่มีความรุนแรงที่สุดในรอบ 25 ปี เลยเป็นวันที่ต้องดูข่าว นั่งอัพเดทความเสียหายเป็นระยะๆ  ตอนนี้พายุไปแล้ว ชีวิตกลับสู่โหมดปกติกันแล้วค่ะ

เมนูนี้เป้็นเมนูที่สะดวก ทำแล้วเก็บไว้ในตู้เย็นกินต่อได้ 2- 3 วัน จะทำใส่เบนโตะก้ยังได้แต่ต้องบีบนํ้าออกหน่อยจะได้ไม่หกเลอะเทอะ เป็นเมนูไขมันตํ่าเหมาะมากสำหรับคนรักสุขภาพ และคนอยากลดนํ้าหนัก รสชาติเรียบง่าย กินได้ไม่มีเบื่อ

เอาล่ะค่ะตามมาดูสูตรผักต้มแช่ดาชิ (Ohitashi) ที่ต๊ะทำกินกับซาดาโอะ และโคชิดีกว่า อร่อยน้า

ส่วนผสม
กะหลํ่าปลี 100 กรัม
โคมัตสึนะ 100 กรัม
นํ้าเปล่าและเกลือสำหรับต้มผัก

สำหรับซอส
ดาชิ 100 มล.
นํ้าเปล่า 100 มล.
สาเก 1 ช้อนโต๊ะ
มิริน 1 ช้อนโต๊ะ
โชยุ 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
1. ต้มนํ้าให้เดือดพล่าน ใส่เหลือลงไป ใส่ผักลงไป ต้มจนสุก
2. ตักผักฃึ้นใส่นั้าเย็น วางในตะแกรงให้หมาด บีบเบาๆ 
3. ต้มส่วนผสมซอสทั้งหมดให้เดือด ทิ้งไว้ให้เย็น เอาไปราดผักเป็นอันเสร็จ ลองทำกันดูนะคะ

Sunday, September 2, 2018

บะหมี่อบซอสเทอริยากิ (Braised Noodles with Teriyaki Sauce)


มาเข้าครัวทำอาหารจานเดียวกันดีกว่านะคะ เมนูวันนี้เป็นบะหมี่อบซอสเทอริยากิ เมนูอาหารญี่ปุ่นฟิวชันที่ได้กลิ่นอาบอาหารจีนมาแบบเต็มๆ ใครที่ชอบเมนูข้าวอบ บะหมี่อบหน้าไก่ หน้าหมู ตางต่างนานา อยา่พึ่งเปิดหน้านี้หนีไปไหนะคะ รับรองว่าทำไม่ยาก แุถมอร่อยเด็ดถูกใจทุกคนในบ้านแน่นอน

ต้นกันยาแล้วนะคะ อากาศที่ต๊ะบ่นหนักบ่นหนาว่าร้อน ก็เหมือนจะดีขึ้นแล้ว พอมีแรงทำอาหาร เล่นเน็ตเขียน blog เหมือนเดิมแล้ว หลายคนอาจจะสงสัยว่าร้อนทำไมไม่เปิดแอร์ ก็เปิดได้ค่ะ แต่อพาร์ทเมนต์ที่ต๊ะสิงอยู่มีห้องที่ติดแอร์ห้องเดียวคือห้องนั่งเล่น ซึ่งจริงๆ ก็ใช้งานทุกอย่างตั้งแต่กินข้าว รับแขก ส่วนห้องที่เหลือรวมทั้งห้องนอนไม่มีแอร์ ส่วนห้องครัวเป็นครัวแบบปิด ขนาดเล็กๆ ประมาณตู้เสื้อผ้าของบางบ้าน หน้าหนาวในครัวก็หนาวจัด ส่วนหน้าร้อนก็ร้อนสุด อับลมเพราะเป้็นครัวปิด และทั้งหมดก็เป็นข้ออ้างในการอู้ของต๊ะค่ะ

วันนี้ต๊ะทำไก่แยกกับบะหมี่นะคะ คือทำไก่เทอริยากิก่อนแล้วค่อยอบบะหมี่ แล่วเอาไก่มาวางเป็นขั้นตอนสุดท้ายก่อนเสิร์ฟ เพราะเส้นบะหมีที่ใ้ช้วันนี้เป้นเกรดธรรมดาสำหรับทำราเมนทัั่วไป จะไม่ค่อยหมาะกับการปรุงนานๆ เพราะจะเละง่าย ถ้าใส่ไก่พร้อมกันก็กลัวว่ากว่าไก่จะสุกเส้นคงจะแหลกพอดี อีกอย่างเส้นบะหมี่แบบเส้นใหญ่ที่ใช้ทำซึเคเมนซึ่งน่าจะเหมาะกว่า ต๊ะก็ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ เอาเป็นเส้นราเมนธรรมดาๆ หาซื้อง่าย ขนาดเล็ก เส้นหยิก ก็แล้วกันนะคะ

เอาล่ะค่ะ ตามมาดูสูตรบะหมี่อบซอสเทอริยากิ (Braised Noodles with Teriyaki Sauce) ที่ต๊ะทำกินกับซาดาโอะ และโคชิดีกว่า อร่อยน้า
ส่วนผสม
ปีกไก่ 5 ปีก
ผงซุปไก่ (chicken bouillon powder) 1 ช้อนโต๊ะ
สาเก 4 ช้อนโต๊ะ
มิริน 4 ช้อนโต๊ะ
โชยุ 1 ช้อนโต๊ะ
นํ้าตาล 2 ช้อนโต๊ะ
แป้งข้าวโพดหรือแป้งสาลีนิดหน่อย
นํ้ามันพืชนิดหน่อย

บะหมี่ 2 ก้อน
นํ้ามันงา 1 ข้อนขา
วิธีทำ
1. เทนํ้า 300 มล. ใส่หม้อ ใส่ไก่ลงไปต้ม ใส่ผงซุปไก่ลงไป ต้มไปราวๆ 10 นาทีค่ะ
2. เสร็จแล้วตักไก่ขึ้น ซับด้วย paper towel จากนั้นโรยแป้งข้าวโพดบางๆ
3. ตั้งกระทะใส่ไก่ลงไปทอดให้พอเหลือง จากนั้นใส่นํ้าต้มไก่ที่เหลือ โชุยุ สาเก มิริน นํ้าตาลไป

4. เคี่ยวไปจนซอสข้น เอาไก่ออกพักไว้5. ต้มนํ้าในหม้อจนเดือดพล่าน ใส่บะหมี่ลงไปนับไปซัก 10 วินาทีนะคะ เอาไม่ต้องสุกแค่ลวกให้เส้นนิ้ม ชงขึ้นพักไว้ให้สะเด็ดนํ้า ใส่เส้นลงในกระทะที่เราทำไก้่เทอริยากิแล้วคลุกให้เข้ากัน เต้ิมนํ้ามันงาลงไปปิดฝาอบสักครู่จนเส้นสุกดี
6. ตักไก่วางด้านบน เสิร์ฟได้ค่ะ ลองทำกันดูนะคะ