• Kiyosumi Gardens

    A Japanese style garden located in east side of Tokyo. It has very famous collections of Japanese stones.

  • Yanaka

    A Beauty in Everyday Life awaiting You.

  • Easy Miso Ramen

    Quick and delicious homemade miso ramen recipe.

Monday, June 25, 2018

คุกกี้นิ้วโป้ง (Thumbprint Cookies)

ถ้าพูดถึงเรื่องขนมอบแล้ว ต๊ะทำคุกกี้บ่อยกว่าเค้กนะคะ เพราะหยิบกินได้สะดวก ไม่ต้องตัดเสิร์ฟ แถมให้ความรู้สึกว่ากินชิ้นเล็กๆ ดูไม่น่าจะอ้วนด้วย วันนี้ก็จะมาแชร์สูตรคุกกี้นิ้วโป้ง คุกกี้เนยหวานหอม .ใส่แยมผลไม้แสนอร่อยค่ะ จริงๆ แล้วต๊ะไม่ค่อยจะใส่ผลไม้หรือแยมในขนมอบสักเท่าไหร่ เป็นรสนิยมส่วนตัว แต่ถ้ามีให้กินก็กิน แต่ต๊ะมักจะได้แยมฟรีตลอด แม่ของซาดาโอะให้มาบ้าง ไปเก็บผลไม้ที่ฟาร์์มแล้วเจ้าของใจดีให้มาบ้าง ปกติที่บ้านจะไม่มีใครกินขนมปัง หรือสโคนกับแยม เพราะฉะนั้นเราจะมีเมนูกำจัดแยมเยอะมาก เพราะไม่ค่อยอยากทิ้งอาหาร และคุกกี้นิ้วโป้งในวันนี้ก็คือหนึ่งในเมนูเหล่านั้นค่ะ 

เคล็ดลับความอร่อยของคุกกี้นิ้วโป้งสูตรนี้คือเนยแท้ และแยมพรีเมียม ซึ่งแยมของต๊ะไม่ใช่ แป่ว เพราะส่วนมากได้มาฟรี จะเห้็นว่าเนื้อแยมค่อนข้างใส มองไม่ค่อยเห็นเนื้อผลไม้ แต่ก็ยังได้ความหวาน และความเปรี้ยวจากแยมมาทำให้คุกกี้ธรรมดา ๆ น่าสนใจมากขึ้น 

คุกกี้นิ้วโป้งสูตรนี้ใส่แป้งข้าวโพดด้วยนะคะ  แป้งข้าวโพดจะทำให้คุกกี้แน่นและกรอบ ถ้าลองทำแล้วยังไม่กรอบ ไม่แน่นสะใจลองเปลี่ยนนํ้าตาลเป็นไอซิงนะคะ

เอาล่ะค่ะตามมาดูสูตรคุกกี้นิ้วโป้ง (Thumbprint Cookies) ที่ต๊ะทำกินกับซาดาโอะ และโคชิดีกว่า อร่อยน้า

ส่วนผสม
เนย 100 กรัม หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ทิ้งไว้ให้อ่อนตัวลงนิดหน่อยนะคะ
แป้งเค้ก 110 กรัม
แป้งข้าวโพด 30 กรัม
นํ้าตาล 40 กรัม
แยมรสที่ชอบ
วิธีทำ
1. ตีเนยกับนํ้าตาลจนฟูเบานะคะ เคล็ดลับในการทำให้คุกกี้สวยคงรูป เนยที่เอามาตีต้องเย็นนะคะ เราทิ้งให้เนยอ่อนตัวลงนิดหน่อย แต่ไม่นานจนเนยเหลว หรือหายเย็นนะคะ

2. ร่อนแป้งทั้ง 2 ชนิดเข้าด้วยกัน ผสมให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียว ผสมไปเรื่อย ๆ จนรวบเป็นก้อนได้ ใช้มือก็ได้นะคะ

3. เอาส่วนผสมที่ได้แช่เย็นประมาณ 30 นาที
4. โรยแป้งสาลีบาง ๆ ให้ทั่วกระดาน แบ่งแป้งเป็น 15 ส่วนเท่า ๆ กันคลึงเป็นวงกลม หนาประมาณ 0.5 ซม. นะคะ
5. จากนั้นเอานิ้วโป้งกดลงไปตรงกลาง ให้เป้นหลุม ตักแยมใส่ลงไป
6. อุ่นเตาอบที่ 170 องศา อบคุกกี้ประมาณ 15 - 20 นาที จนสุก ทิ้งไว้ให้เย็นสนิทก่อนเก็ยนะคะ

ลองทำกันดูนะคะ



Friday, June 15, 2018

ข้าวหน้าไข่ดาวนํ้า (Poached Egg Rice Bowl)

กลับมาที่เมนูข้าวหน้าต่าง ๆ นะคะ วันนี้วัตถุดิบหลักเป็นไข่นะคะ แต่พิเศษกว่าทุกครั้งเพราะไข่ที่เอามาทำอาหารวันนี้เป็นไข่แช่แข็งค่ะ ตั้งแต่ย้ายมาญี่ปุ่นทักษะในการแฃ่แข็งอาหารของต๊ะลํ้ามาก พริกสด ใบมะกรูด กระชาย ข้าวสวย แช่ได้แช่หมด และล่าสุดคือไข่ค่ะ 

ตอนอยู่กรุงเทพต๊ะจัดว่าใช้งานตู้แช่แข็งน้อย ส่วนมากก็วน ๆ อยู่แค่ไอศกรีม ขนมเค้ก ตู้เย็นก็จะโล่ง ๆ เพราะทำอาหารไม่บ่อย ไม่ค่อยซื้ออะไรเก็บไว้ แต่ตอนนี้ทำทุกวัน วันละ 3 มื้อ ชีวิตก็เปลี่ยน ซื้อของแทบทุกวัน ตุ้เย็นมีเสบียงตลอด กินทันบ้างไม่ทันบ้าง ปกติแล้วต๊ะไม่เอาไข่ไปแช่แข็ง ยกเว้นช่วงที่จะไปตางจังหวัดยาว ๆ แล้วเผลอซื้อไข่มาเยอะ กินไม่ทัน ก็จะเอาไปแช่แข็งเก็บไว้ ไข่แช่แข็งจะเก็บไว้ได้ประมาณ 1 เดือน และทำอาหารได้หลากหลายใกล้เคียงกับไข่สดนะคะ ลองเอาไปแช่แข็งแล้วลองซ้อมทำอาหารกันดูก่อนได้นะคะ

เอาล่ะค่ะ ตามมาดูสูตรข้าวหน้าไข่ดาวนํ้า (Poached Egg Rice Bowl) ที่ต๊ะทำกินกับซาดาโอะ และโคชิดีกว่า อร่อยน้า

ส่วนผสม
ไข่ไก่ 2 ฟอง 
โฃยุ 2 ช้อนโต๊ะ
นํ้ามันงา 1 ช้อนโต๊ะ
นํ้าตาล 1 ช้อนชา
ต้นหอมซอย 1 ฃ้อนโต๊ะ 
นํ้ามันพืช 2 ช้อนชา 
ข้าวญี่ปุ่นุงสุก

วิธีทำ
1. เอาไข่แช่แข็งออกจากตู้เย็นมาวางทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 1 - 2 ชั่วโมง ถ้าอยู่ในที่อากาศร้อนจะใช้เวลาน้อยกว่านี้นะคะ ไข่ที่แช่แข้งไว้จะมีรอยแตกบ้างจากการขยายตัว ใช้ได้ไม่มีปัญหานะคะ
2. ปอกเปลือกออกค่ะ
3. ตั้งกระทะใส่นํ้ามันลงทอด 2 นาทีนะคะ
4. ใส่นํ้าเปล่าลงไป 2 ช้อนโต๊ะ ปิดฝา 2 นาที ลดเวลาน้อยกว่านี้นิดหน่อยได้นะคะ ต๊ะว่าของต๊ะมันแก่ไฟไปนิด แต่โคชิชอบแบบนี้
5.ตักข้าวใส่จานแล้ววางไข่ลงไปค่ะ
6. ผสมโชยุ นํ้ามันงา นํ้าตาล ต้นหอมซอย แล้วราดลงไปบนไข่นะคะ
ลองทำกันดูนะคะ


Sunday, June 3, 2018

หมูตุ๋นโชยุ (ฺButa Kakuni)

เดือน พค. ที่ผ่านมาเป็นช่วงที่ google ปรับเปลี่ยนนโยบายหลายอย่างเกี่ยวกับการใช้งาน blogger ซึ่งเป็น platform ที่ต๊ะใช้ ต๊ะก็ไล่อ่านอีเมลมาเรื่อยๆ ไม่ใช่การปรับใหญ่อะไรมากมายแต่ก็ปรับ และต๊ะก็จำเป็นต้องปรับตามนโยบายของ google โดยทั่วไปเนื้อหาก็จะเหมือนเดิมค่ะ แต่การ comment รูปแบบจะเปลี่ยนไป ต๊ะก็ต้องปรับรูปแบบ ดีไซน์ของ blog งานงอก งานเพิ่มน่าดู แต่ก็บ่นไปงั้นเองเพราะเท่าที่ผ่านมา google ปรับระบบน้อยมาก แล้วการใช้งานก็แสนง่ายไม่ติดขัดอะไรเลย

มาเข้าเมนูวันนี้ดีกว่า เห็นเป็นหมูสามฃั้นหราอย่างนี้อย่างพึ่งปิดหน้านี้หนีไปก่อนนะคะ หมุสามชั้นตุ๋นสูตรนี้รสชาตินุ่มนวล ละลายในปาก ไม่มันเยิ้มเท่าไหร่เพราะเอาไปต้มก่อนเป็นชั่วโมงก่อนเอามาปรุง เพื่อกำจัดไขมันออกไป (ส่วนนึง) ถ้ากลัวอ้วนก็หั่นบางๆ และกินครั้งละน้อยๆ นะคะ รับรองไม่อ้วนค่ะ โดยปกติแล้วหมูตุ๋นสูตรนี้ไว้กินกับข้าว แต่จะเอาไปใส่ราเมน หรือแอบเอาไปใส่ข้าวซอยแบบต๊ะก็ได้นะคะ 

เคล็ดลับในการทำหมูตู่นให้นุ่มละลายในปาก ขั้นแรกนะคะเลือกหมูสามชั้นที่มีชั้นเนื้อสลับกับไชมันสวยงามถ้าเท่าๆ กันได้ก็จะดี สองใช้ meat tenderizer ทุบๆ ให้ทั่ว หรือไม่มีจะใช้ส้อมจิ้มๆ เอาก็ได้ค่ะ สามใช้ foil วางปิดทับไว้ตอนต้มนะคะ 

เอาล่ะค่ะ ตามมาดูสูตรหมูตุ๋นโฃบุ (ฺButa Kakuni) ที่ต๊ะทำกินกับซาดาโอะ และโคชิดีกว่า อร่อยน้า

ส่วนผสม
หมู 3 ชัั้น 500 กรัม
ต้นหอมซอย 2 ต้น
ขิง 30 กรัม

สาเก 100 มล.
นํ้าเปล่า 100 มล.
โชยุ 2.5 ช้อนโต๊ะ
นํ้าตาล 1 ช้อนโต๊ะ

ตกแต่ง
ไควาเระ
ที่มาปรับมาจากสูตรนี้นะคะ: https://japan.recipetineats.com/kakuni-simmered-pork-belly/

วิธีทำ
1.ต้มหมูสามชั้นกับขิงและต้นหอม อย่าลืมปิดฟอยด์นะคะ ต้มไปประมาณ 2 ชัั่วโมง เสร็จแล้วเก็บนํ้าต้มหมูไว้ใส่ราเมน หรือทำข้าวต้ม
ก็ได้นะคะ 
2. ตักหมุออกจากหม้อ ทิ้งไว้ให้เย็นสักนิดแล้วหั่น ปกติแล้วจะหั่นหนาประมาณ 1 นิ้ว แต่ต๊ะหั่นเซ็นเดียว เพราะอยากทำเสร็จเร็วๆ และไม่อยากกินหมูสามชั้นที่ละมากๆ ค่ะ
3. ใส่นํ้า สาเก นํ้าตาล โชยุในหม้อ แล้วตามด้วยหมูที่เราหั่นไว้

 4. ต้มไปประมาณ 25-30 นาทีจนนํ้าแห้งเกือบหมด แล้วใช้ส้อมเขี่ยๆ ดูหน่อยก็ได้ค่ะว่านุ่มถูกใจหรือยัง ถ้ายังก็ต้มต่อใส่นํ้าเพิ่มไปได้ค่ะ
5. เสร็จแล้วยกลง เสิร์ฟได้ค่ะ ลองทำกันดูนะคะ


Wednesday, May 23, 2018

ปีกไก่ย่างเทอริยากิ (Chicken Wings Teriyaki)

กลับมาอีกครั้งกับเมนูไก่ย่างเทอริยากินะคะ แต่แน่นอนว่าสูตรนี้ไม่เหมือนสูตรที่เคยนำเสนอไปนะคะ วันนี้ใช้ส่วนปีก เอาไก่ไปต้มก่อนแล้วค่อยมาย่าง อย่าห่วงว่ารสชาติ และความหวานของเนื้อไก่ตามธรรมชาติจะหายไปนะคะเพราะนํ้าที่ได้จากการต้มไก่ เราจะเก็บไว้ใช้ตอนเคี่ยวซอส รับรองว่าความอร่อยยังอยู่ครบนะคะ

ช่วงที่ผ่านมาต๊ะหายหน้าไปพักนึง เพราะยุ่งวนอยู่กับการทำฟัน ท้าวความนิดหน่อยคือต๊ะเป็นคนฟันเยอะ ฟันซ้อน ตอนสาวๆ เรียกเขี้ยวเสน่ห์ ตอนนี้ถ้าย้อนเวลาได้อยากกลับไปจัดฟันมากเพราะความคิกขุนี้แลกมาด้วยความลำบาก ทั้งทำความสะอาดยาก และที่สำคัญเริ่มมีปัญหาเรื่องการสบกันของฟัน แต่ตอนนี้ด้วยวัย ด้วยอะไรหลายอย่าง คงต้องตัดใจ

ก่อนย้ายมาญี่ปุ่นต๊ะถอนฟันคุดไปแล้ว 3 ซี่ ตอนนั้นก็คิดแล้วว่าน่าจะหมด เพราะอายุก็ไม่น้อยแล้วตอนที่ถอน แต่มันโผล่มาอีกค่ะซี่ที่ 4 และปวดทรมานมาก ชนิดที่ต้องกินยาแก้ปวดตลอด นอนไม่หลับกันเลยทีเดียว จำเป็นต้องถอน 

การทำฟันในญี่ปุ่นถ้าเป็นเรื่องพื้นฐาน ถอน ขูดหินปูน อุด ราคาไม่แรงนะคะ ประกันจ่าย 70 เปอร์เซ็นต์ ต๊ะเองโดนรอบนี้ไป 7000 เยน นิดๆ รวมค่าเอ็กเรย์ ถอน ขูดหินปูน แต่ถ้าเป็นทำรากฟันเทียม ทำฟันปลอม จัดฟัน อันนั้นแพงมาก และไม่ค่อยมีใครทำกันนะคะ 

ตอนนี้ทุกอย่างกลับสู่สภาวะปกติแล้ว ขอเอาเมนูง่ายๆ มาฝากกันก่อนนะคะ วันนี้เราเอาไก่ไปต้มก่อนจะเอามาย่างเพื่อให้ชัวร๋ว่าไก่่สุกแท้แน่นอน และไม่มีเลือดติดตรงกระดูกด้วย ไม่ชอบปีกจะใช้น่องไก่ หรือสะโพกไกแทนก็ได้นะคะ 

เอาล่ะค่ะตามมาดูสูตรปีกไก่ย่างเทอริยากิ (Chicken Wings Teriyaki) ที่ต๊ะทำกินกับซาดาโอะ และโคชิดีกว่า อร่อยน้า

ส่วนผสม
ปีกไก่ 5 ปีก
ผงซุปไก่ (chicken bouillon powder) 1 ช้อนโต๊ะ
สาเก 1 ช้อนโต๊ะ
มิริน 1 ช้อนโต๊ะ
โชยุ 1 ช้อนโต๊ะ
นํ้าตาล 1/2 ช้อนโต๊ะ
แป้งข้าวโพดหรือแป้งสาลีนิดหน่อย
นํ้ามันพืชนิดหน่อย

วิธีทำ
1. เทนํ้า 300 มล. ใส่หม้อ ใส่ไก่ลงไปต้ม ใส่ผงซุปไก่ลงไป ต้มไปราวๆ 10 นาทีค่ะ
2. เสร็จแล้วตักไก่ขึ้น ซับด้วย paper towel จากนั้นโรยแป้งข้าวโพดบางๆ
3. ตั้งกระทะใส่ไก่ลงไปทอดให้พอเหลือง จากนั้นใส่นํ้าต้มไก่ที่เหลือ โชุยุ สาเก มิริน นํ้าตาลไป

4. เคี่ยวไปจนซอสข้น และแห้งเกือบหมดเป็นอันเสร็จ เสิร์ฟได้ค่ะ ลองทำกันดูนะคะ


Saturday, May 12, 2018

โอนิกิริใส่ซากุระเอบิ (Sakura Ebi Onigiri)

กลางเดือนพฤษภาแล้วฝนตกหนักไหมคะ ช่วงรี้โตเกียวฝนตกติดกันมาหลายวัน อากาศกลับมาเย็นอีกรอบ อย่างวันก่อนอุณหภูมิแค่ 10-15 องศา คนอื่นเป็นยังไงไม่รู้ แต่ต๊ะหนาวมาก หนาวจนอยากจะงัดสเวตเตอร์กลับมาใส่ แต่ยอมรับว่าอายคน แฮ่ๆ เพราะช่วงนี้คนจะเริ่มเอาเสื้อผ้าหน้าร้อนออกมาใส่กันแล้ว เลยเอาแค่คาร์ดิแกนมาใส่ทับเสื้อแขนสั้น ถามว่าพอไหม แน่นอนว่าไม่ แต่ก็ทนเอา ใครตะมาเที่ยวญี่ปุ่นก็เตรียมเสื่อผ้าเผื่ออะไรแบบนี้ด้ววยนะคะ อากาศจะไม่ได้คงที่มาก บางวันหนาว บางวันร้อนกว่าที่คิด มองในแง่ดีใน 1 สัปดาห์ เราจะได้สวยหลาย ๆ แบบ

ที่ไทยตอนนี้หาซื้อข้าวญี่ปุ่นกันยากไหมคะ สมัย 8-10 ปีก่อนต๊ะไปซื้อที่ฟูจิซุปเปอร์ ซึ่งราคาดีที่สุดแล้วในตอนนั้น ระยะหลังต๊ะคิดว่าน่าจะมีข้าวญี่ปุ่นที่ปลูกในไทยขายมากขึ้น และแน่นอนว่าราคาก็น่าจะถุูกลงมากแล้วล่ะค่ะ ถ้าหากันได้ไม่ยากเย็นจนเกินไป ต๊ะอยากให้ลองทำโอนิกิริหรือข้าวปั้นกันดู เมนูนี้ไม่สามารถใช้ข้าวไทยแทนกันได้นะคะ เพราะข้าวญี่ปุ่นนุ่มกว่า เหนียวกว่า ที่สำคัญมียางมากกว่า เอามาปั้นได้ง่ายกว่ามาก 

วันนี้ทำข้าวปั้นแบบใส่กุ้ง ใส่ปลาข้าวสาร เพิ่มโปรตีนลงไปในแบบง่ายๆ นะคะ กุ้งที่ใช้คือซากุระเอบิ หาไม่ได้ไม่เป็นไรค่ะใช้กุ้งแห้งจืด ๆ แห้ง ๆ หน่อย แทนกันได้ ใกล้เคียงค่ะ

เอาล่ะค่ะ ตามมาดูสูตรโอนิกิใส่ซากุระเอบิ โอนิกิริใส่สาหร่าย ปลาข้าวสาร ที่ต๊ะทำกินกับซาดาโอะและโคชิดีกว่า อร่อยน้า

ส่วนผสม
ข้าวญี่ปุ่นหุงสุกใหม่่ ๆ ร้อน ๆ 400 กรัม (สำหรับ 2 แบบนะคะ)
Chicken Bouillon  Powder 2 ช้อนโต๊ะ
ปลาข้าวสารคั่วสุก 2 ช้อนโต๊ะ
ซากุระเอบิแห้ง 2 ช้อนโต๊ะ
สาหร่ายวาคาเมะแบบแห้ง 5 กรัม

วิธีทำ
1. แบ่งข้าวกับ chicken bouillon powder เป็น 2 ส่วนนะคะ ตักข้าวใส่อ่างผสมแล้วใส่ bouillon powder ลงไป ตามด้ายกุ้ง ผสมเร็วๆ ให้เข้ากันนะคะ เสร็จแล้วแบ่งข้าวเป็น 3 ส่วนเท่าๆ กัน เสร็จแล้วก็ปั้นเป็นสามเหลี่ยม หรือวงกลมตามสะดวก

2. ข้าวอีกส่วนเราจะทำโอนิกิริใส่สาหร่าย ปลาข้าวสาร กันนะคะ วิธีทำก็คล้ายกันค่ะ  ตักข้าวใส่อ่างผสมแล้วใส่ bouillon powder ลงไป ตามด้ายสาหร่าย และปลาข้าวสาร ผสมเร็วๆ ให้เข้ากันนะคะ เสร็จแล้วแบ่งข้าวเป็น 3 ส่วนเท่าๆ กัน เสร็จแล้วก็ปั้นเป็นสามเหลี่ยม หรือวงกลมตามสะดวก

ลองทำกันดูนะคะ



Sunday, May 6, 2018

สลัดปวยเล้งราดซอสงา (Blanched Spinach with Sesame Dressing/ Horenso Gomaae)

ชอบกินผักปวยเล้งไหมคะ มันเป็นผักใบเขียวที่มีประโยชน์ ราคาไม่แพง และหาซื้อง่ายมากๆ ที่มีขายในโตเกียวอาจจะแบ่งเป็นได่ 2 แบบกว้างๆ คือแบบที่ืกรอบๆ นํ้าน้อยหน่อย แบบนี้นิยมกินสด ใส่สลัด หวานกรอบ แทบจะไม่มีรสชมใดๆ และอีกแบบที่เนื้อจะมีนํ้ามากกว่า เหนียวกว่าบ้าง มีรสขมพอประมาณ จะนิยมเอามาต้มแล้วบีบนํ้าออก ใส่ราเมน หรือราดซอสรสต่างๆ เหมือนกับที่เรากำลังจะทำในวันนี้ค่ะ 

เมื่อวานวันที่ 5 พฤษภาคม เป็นวันเด็กของญี่ปุ่น ต๊ะออกไปเที่ยวอาซากุสะกับโคชิมา จริงๆ ปีนี้โคชิอายุ 13 แล้ว นับว่าแก่เกินเที่ยววันเด็กแล้วล่ะค่ะ แต่โคชิก็ยังตื่นตาตื่นใจกับอาหาร ขนมที่วางขายตามงานเทศกาลพวกนี้ และมักจะอดไม่ได้ที่จะซื้อและนั่งกินในวัด อาหารตามงานเทศกาลส่วนมากจะวนๆ อยู่ไม่กี่อย่าง ทาโกะยากิ ยากิโซบะ นํ้าแข็งไส ซึ่งรสชาตินั้นแน่นอนว่าสู้ที่ชายในร้านได้ยาก ด้วยข้อจำกัดหลายๆ อย่าง แต่เด็กๆ ขอให้ได้กินอะไรในบรรยากาศแบบนี้ ก็ฟินสุดฟิน เหมือนตอนเด็กๆ ที่ต๊ะก็ชอบกินไส้กรอกย่างตามสวนสนุก ที่จริงมันก็ไม่อร่อยนะ

เมื่อวานกลับมาถึงบ้านเหนื่อยระดับเดียวกับตอนที่ไปปืนเชาโอยามะ เพราะหลังจากนั้นต๊ะยังไปแวะเที่ยวสกายทรีต่อ ตามด้วยช้อปปิ้ง และต้องซิ่งกลับไปทำอาหารเย็น ไม่ได้ไปไหนไกล แต่ด้วยต้องทำหลายอย่างในเวลาจำกัด เอาเข้าจริง เหนื่อยมากกว่าที่คิดเยอะ

วกกลับมาที่เมนูที่เราจะทำวันนี้ดีกว่านะคะ ง่ายเหมือนทุกรอบ ดีต่อสุขภาพ อร่อยพอดีๆ ทำแล้วทานไม่หมดใส่ตู้เย็นเก็บไว้ได้ 2 วันค่ะ

เอาล่ะค่ะตามมาดูสูตรสลัดปวยเล้งราดซอสงา (Blanched Spinach with Sesame Dressing/ Horenso Gomaae) ที่ต๊ะทำกินกับซาดาโอะ และโคชิดีกว่า อร่อยน้า 

ส่วนผสม
ผักปวยเล้ง 250 กริม
ฟองเต้าหู้ท้อด 1 แผ่น หั่นเป็นเส้นๆ 
งาขาวคัั่วบด 3 ช้อนโต๊ะ
โชยุ 1.5 ช้อนโต๊ะ
สาเก 0.5 ช้อนโต๊ะ
มิริน 0.5 ช้อนโตีะ
นํ้าตาล 2 ช้อนชา
วิธีทำ
1. ต้มผักป้วยเล้งในนํ้าเดือด จากนั้นตักใส่นํ้าเย็น บีบนํ้าออกให้มากที่สุด หั่นเป้นท่อนสั้นๆ ประมาณ 3 ซม.
2. ผสามงาขาว สาเก โชยุ มิริน นํ้าตาลในถ้วยเล็กๆ


3. ผสมให้เข้ากับผักปวยเล้ง ใส่ฟองเต้าหู้ทอดลงไป เสิร์ฟได้ค่ะ
ลองทำกันดูนะคะ