• Kiyosumi Gardens

    A Japanese style garden located in east side of Tokyo. It has very famous collections of Japanese stones.

  • Yanaka

    A Beauty in Everyday Life awaiting You.

  • Easy Miso Ramen

    Quick and delicious homemade miso ramen recipe.

Monday, January 22, 2018

ข้าวหน้าหมูสไตล์ฮอกไกโด (Butadon)

ชอบอาหารฮอกไกโดกันไหมคะ ฮอกไกโดเป็นจังหวัดที่มีขนาดใหญ่จึงได้เปรียบในแง่ของวัตถุดับ ของดีของอร่อยหลายๆ อย่างในญี่ปุ่นมาจากฮอกไกโดเนี่ยไม่น้อยเลยนะคะ ที่รู้จักกันดีคงไม่พ้นนม เนยข้าวโพด ชีส เคยดูรายการทีวีรายการนึงสัมภาษณ์นักท่องเที่ยวจากเมืองไทยมาเที่ยวโอกิน่าว่า นักข่าวถามว่ามาเที่ยวโอกินาว่ากินอะไรครับ นักท่องเที่ยวตอบชัดมาก "ซัปโปโรราเมง"  เล่นเอานักข่าวต้องซ่อนยิ้มกันเลยทีเดียว เอาเป็นว่ามาเที่ยวทั้งทีอย่าลืมลองชิมอาหารท้องถิ่นดูนะคะ อาหารโอกินาว่าก็อร่อยน้า

เมนูวันนี้คคืือข้าวหน้าหมูสไตล์ฮอกไกโด ก็ตามชื่อนะคะ เป็นเมนูขึ้นชื่อของฮอกไกโด เป็นข้าวโปะหน้าหมูปรุงรส หมักจนนุ่ม แล้วเอาไปจี่ในกระทะแล้วราดด้วยซอสรสเค็มๆ หวานๆ หน้าตาอาจจะดูธรมดาไม่หวือหวาเว่อร์วัง แต่ขอรับประกันว่าอร่อยถูกอกถูกใจทุกคนในครอบครัวแน่นอน

ช่วงนี้โตเกียวอากาศหนาวเหน็บ วันนี้ก็มีหิมะตกโปรยปราย ความขี้เกียจเกาะกุมหัวใจขั้นรุนแรง วันๆ อยากซุกตัวอยู่แต่ในผ้าห่ม หวังว่าความหนาวจะจากไปเร็วๆ นี้นะคะ เอ่อ แลดูมีข้ออ้างสารพัด แต่ความหนาวมีผลต่อพลังในร่างกายจริงๆ นะคะ

เอาล่ะค่ะ ตามมาดูสูตรข้าวหน้าหมูสไตล์ฮอกไกโด (Butadon) ที่ต๊ะทำกินกับซาดาโอะ และโคชิดีกว่า อร่อยน้า

ส่วนผสม
หมูหั่นสไลด์บางๆ หนา 3 มล- 4 ทล. 8 ชิ้นนะคะ
โชยุ 3 ช้อนโต๊ะ
มิริน 3 ช้อนโต๊ะ
นํ้าตาล 2 ช้อนโตีะ
นํ้ามันพืช 2 ช้อนโต๊ะ 
แป้งสาลี 2 ช้อนโต๊ะ

สำหรับซอส
โชยุ 3 ช้อนโตีะ
สาเก 3 ช้อนโต๊ะ
สาเก 3 ช้อนโต๊ะ
นํ้าตาล 1 ช้อนชา

นํ้ามันเล็กน้อยสำหรับทอด

วิธีืทำ
1.หั่นหมูเป็นชิ้นพอคำ แล้วหมักกับโชยุ มิริน นํ้าตาล นํ้ามัน แป้งสาลี ในตู้เย็นประมาณ 2 ชั่วโมง 
2. ตั้งกระทะแล้วใส่นํ้ามันนิดหน่อย เอาหมูออกจากตู้เย็นลงทอด
3. ไม่ต้องพลิกบ่อยนะคะ หมูจะสุกภายในเววลา 1-2 นาที
4. ตักหมูออก ใช้ paper towel ซับนํ้ามันที่กระทะออก ใส่ส่วนผสมของซอสลงไป รอจนซอสเดือดก็ปิดไฟค่ะ จะราดซอสลงไปบนข้าวเลย หรืือเสิร์ฟค่างหากก็ตามชอบนะคะ

ลองทำกันดูค่ะ

Wednesday, January 10, 2018

พุดดิ้งฟักทองชานม (Pumpkin Milk Tea Pudding)

พุดดิ้งฟักทองชานมถ้ายนี้ตีะทำตั้งแต่ประมาณเดือนตุลาคมปีที่แล้ว แต่ด้วยอะไรหลายๆ อย่างทำให้พึ่้งได้จังหวะมาโพสต์ตอนนี้เอง ฟักทองเป็นอาหารของฤดูใบไม้ร่วงมีมากและอร่อยสุดๆ ในช่วงนี้นะคะ ฟักทองเป็นผักที่นำมาปรุงอาหารได้หลากหลาย ทั้งทอด ต้ม ผัด ทำซุป ทำขนม อรอ่ยทุกอย่าง ต๊ะชอบฟักทองมากขึ้นเรื่อยๆ ตามระยะเวลาที่อยู่ในญี่ปุ่น และตามระยะเวลาที่ได้ทำอาหารเอง

ช่วงนี้อากาศเดี๋ยวหนาวมาก เดี๋ยวอุ่นขึ้น (จะบอกว่าเดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาว มันก็ไม่ขนาดนั้น) ต๊ะต้องระวังตัว ดูแลสุขภาพเป็นอย่างมาก เพราะช่วงเดือนกุมภา มีนา งานเขียน งานแปลจะเข้ามาติดๆ กัน แล้วต๊ะจำเป็นต้องรับทุกงานเพราะอยากได้เงิน โฮ่ๆ จริงๆ แล้วมันเป็นวิถีฟรีแลนซ์ ที่จะปฏิเสธลูกค้าบ่อยๆ ไม่ได้ ตอนนี้นอกจากอัพ blog กับถ่ายรูปขาย ต๊ะไม่ทำอย่างอื่นนะ ว่างพักพักผ่อน ออกกำลังกาย เตรียมพร้อมร่างกายไว้สำหรับใช้งานยาวๆ ช่วงเดือนสองเดือนข้างหน้า

เมนูวันนี้เป็นฟักทองชานมพุดดิ้งค่ะ สูตรนี้ไม่ใส่นํ้าตาลค่ะ อาศัยความหวานจากฟักทองและชานมญี่ปุ่น หวานน้อยค่ะ ลองทำกันดูนะคะ ง่ายแสนง่าย

เอาล่ะค่ะตามมาดูสูตรพุดดิ้งฟักทองชานม (Pumpkin Milk Tea Pudding) ที่ต๊ะทำกินกับซาดาโอะ และโคชิดีกว่า อร่อยน้า

ส่วนผสม
ฟักทองญี่ปุ่น 1 ลูก
ชานมญี่ปุ่น 200 มล.
นํ้าเปล่า 40 มล.
ไข่แดง 1 ฟอง
whipping cream 200 มล.
เจลาติน 12 กรัม
whipping cream เย็นจัดตีกับนํ้าตาลนิดหน่อยสำหรับตกแต่ง

วิธีทำ
1. ปอกเปลือกฟักทอง หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วเอาไปนึ่งนะคะ จากนั้นเอาใส่ mixer พร้อมกับไข่แดง whipping cream ปั่นฉึกๆ จยเนียน
 ท
2. แช่จาลินในนํ้าเปล่าจนนิ่ม จากนั้นเอาไปใส่หม้อเล็กๆ ตั้งไฟจนเจลาตินละลายหมด
3. เทเจลาตินผสมกับส่วนผสมข้อ 1
4. เทใส่ถ้วยเล็กๆ แล้วเอาไปแช่เย็นให้เซ็ตตัวเป็นอันเสร็จ
5. ตกแต่งด้วยวิปครีมตามชอบนะคะ

ลองทำกันดูนะคะ

Sunday, January 7, 2018

รากบัวทอดสอดไส้หมูสับ (Stuffed Lotus Root with Pork)

สลัดความขี้เกียจทิ้งไปแล้ว มากันแล้วนะคะสำหรับเมนูใหม่ล่าสุดของปี 61 กันนะคะ ชอบรากบัวกันไหมเอ่ย ต๊ะชอบมาก มันฉำ่ๆ กรอบๆ กินสดใส่สลัดก็ยังอร่อย เวลาเอาไปต้ม ไปทอด ไปผัดก็เข้ากับเครื่องปรุงได้ง่าย ไร้กลิ่น รสอ่อน ทำอะไรก็ดูจะเหมาะไปหมด หน้าร้อนต๊ะทำนํ้ารากบัวกินด้วย ถึงเมนูนี้ซาดาโอะและโคชิจะเมินก็ตาม

ปีที่ผ่านมาเป็นยังไงกันบ้างคะ ต๊ะเองมีการเปลี่ยนแปลงในชีวิตหลายอย่างมากมาย งานพิเศษในญี่ปุ่นที่ดูจะมากขึ้น งานถ่ายรูปที่ทำจริงจังและเริ่มเป็นรายได้ที่สำคัญ ปีที่ผ่านมาต๊ะเลยมีเวลาดูแล blog ค่อนข้างจะน้อยเทียบกับปีสองปีแรกที่เริ่มทำ แต่ก็แน่นอนว่ายังทำต่อไปนะคะ ต๊ะชอบความรู้สึกที่ตื่นมาตอนเช้าแล้วเปิด blog เปิดเพจแล้วทักทายกับคนที่รักอาหารญี่ปุ่นเหมือนกัน แม้ว่า blog นี้จะสร้างรายจ่ายมากกว่ารายได้แต่ก็เป็นแหล่งพลังบวกที่ดีมาก ปีนี้ก็ตั้งใจว่าจะเดินหน้าอัพเมนูใหม่ๆ และปรับปรุงเนื้อหาเดิมรวมทั้งดีไซน์ไปพร้อมๆ กัน หวังว่าจะเป็นที่ดีมีคนอ่าน มีคนติดตามากขึนนะคะ

เมนูวันนี้เป็นรากบัวทอดสอดไส้นะคะ เป็นการทอดนํ้ามันน้อยแล้วเคี่ยวให้สุกในซอสคล้ายๆ กับตอนที่ทำแฮมเบอร์เกอร์สไตล์ญี่ปุ่น คือถึงจะทอด แต่ใช้นํ้ามันไม่มาก และเป็นเมนูที่ดีต่อสุขภ่าพ ให้พลังงานพอเหมาะ ใส่เบนโตะกินเย็นๆ ก็ยังอร่อยนะคะ

เอาล่ะค่ะ ตามมาดูสูตรรากบัวทอดสอดไส้หมูสับ (Stuffed Lotus Root with Pork) ที่ต๊ะทำกินกับซาดาโอะ และโคชิดีกว่า อร่อยน้า

ส่วนผสม
รากบัว 200 กรัม ปอกเปลือกหรือไม่ก็ได้นะคะ หั่นบางๆ ค่ะ
หมูสับ 200 กรัม
เกลือ 1/8 ช้อนชา
ขิงขูด 1/2 ช้อนชา
โชยุ 1/2 ช้อนชา

แป้งสาลีนิดหน่อย
นํ้ามันพืช 1/2 ช้อนโต๊ะ

สำหรับซอส
สาเก 2 ช้อนโต๊ะ
มิริน 2 ช้อนโต๊ะ
นํ้าตาล 1 ช้อนโต๊ะ
โชยุ 1.5 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
1. ผสมหมูสับ เกลือ ขิงขูด โชยุ ให้เข้ากันดี นวดเบาๆ ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาทีนะคะ
2. เสร็จแล้วหยิบรากบัวมาวาง เอาส่วนผสมข้อ 1 วางให้พอดี เสร็จแล้วหยิบรากบัวอีกชิ้นมาวางประกบเหมือนแซนวิช ถ้ามีหมูสับเหลือก็เอามาโปะๆ ไว้ด้านบนอีกทีนะคะ

3. โรยแป้งสาสีบางๆ ให้ทั่ว
4. ตั้งกระทะใส่นํ้ามัน เอาส่วนผสมลงทอด ไม่ต้องพลิกบ่อยนะคะกะให้เหลืองนิดหน่อย ข้างในยังไม่สุกไม่เป็นไรค่ะ เพราะจะสุกทีหลังตอนเราใส่ซอสลงไปเคี่ยว
5. จากนั้นผสมส่วนผสมสำหรับซอสให้เข้ากันในถ้วยเล็กๆ คนให้นํ้าตาลละลาย แล้วเทลงกระทะ พอซอสข้น นํ้าแห้งเกือบหมดก็ยกลง เสิร์ฟได้ค่ะ

ลองทำกันดูนะคะ



Thursday, December 28, 2017

เบนโตะเกาลัดข้าวปั้น (Chestnut Onigiri Bento)

ช่วงหลายปีทีผ่านมาต๊ะนำเสนอเมนูโอนิกิริหรือข้าวปั้นไปแล้วหลายต่อหลายครั้ง มีทั้งแบบย่าง แบบปรุงรสด้วยเกลือ ด้วยซีิอิ้วแล้วใส่เบนโตะ จริงๆ แล้วจะรปรุงรสด้วยอะไรก็ได้หมด ซอสมะเขือเทศ มายองเนส หรือจะใส่ไส้ โรยด้วยฟุริคาเกะก่อนแล้วค่อยปั้นก็ได้ เป็นเมนูที่พลิกแพลงได้หลากหลายมากเมนูนึง วันนี้ต๊ะปรุงรสข้าวด้วย Mentsuyu ซสอปรุรสสำหรับทำนํ้าซุปโซบะ อุด้ง ทำนํ้าจิ้มเทมปุระ โดยปกติแล้วต๊ะจะมีติดครัวไว้ตลอด ถ้าชอบทำ ชอบกินอาหารญี่ปุ่น ขอแนะนำให้ซื้อติดบ้านไว้นะคะ รับรองได้ใช้บ่อยค่ะ 

เกาลัดเป็นอาหารที่เป็นสัญลักษณ์แห่งฤดูใบไม้ร่วง เวลาเดินไปตามย่านร้านค้าเรามักจะเห็นร้านขายเกาลัดคั่ว ถั่วกันใหม่ๆ หอทๆ เวลาเดินผ่านก็มักจะอดใจไม่ได้ อร่อยค่ะแต่ขอบอกว่าแกะยากมาก เป็นการกินของอร่อยแบบขาดช่วง แต่อย่าถามว่าซื้อบ่อยไหม 

วันนี้ปั้นข้าวเป็นกาลัดมาใส่เบนโตะ รวมกับอาหารอื่นๆ  ซึ้งล้วนเป็นอาหารในช่วงฤดูใบไม้ร่วงทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นฟักทองต้มดาชิ คินปิระ และเมนูฮอตฮิตสำหรับใส่เบนโตะอย่างไข่ต้มราเมน วันนี้ต๊ะไม่ได้ติดหน้าสาหร่ายนะคะ เอาแบบง่ายๆ  ทำใส่กล่องได้เร็วๆ แล้วกันนะคะ

เอาล่ะค่ะตามมาดูตรเกาลัดข้าวปั้นที่ต๊ะทำกินกับซาดาโอะ และโคชิีดีกว่า อร่อยน้า

ส่วนผสม
ข้าวญี่ปุ่นหุงสุก ร้อนๆ นะคะ 200 กรัม
ปลาแห้ง (katsuobushi)  2 กรัม
งาขาวคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ
Mentsuyu 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
1. ตักข้าวใส่อ่่างผสมแล้วใส่  Mentsuyu แล้วตามด้วยปลาแห้ง คลุกให้เข้ากัน
2. ปั้นข้าวเป็นสามเหลี่ยม บีบปลายให้แหลมๆ เหมือนเกาลัด
3. เสร็จแล้วเอาไปคลุกงาเท่านี้ก็เป็นอันเสร็จ ลองทำกันดูนะคะ


Sunday, December 24, 2017

หัวไชเท้าต้มราดซอสใส่หมูสับ (Daikon with Ankake Sauce)

หน้าหนาวเป็นช่วงมหกรรมแห่งการกินหัวไชเท้าในญี่ปุ่นก็ว่าได้นะคะ ในบรรดาผักต่างๆ หัวไชเท้าดูจะเป็นผักที่ผู้คนนิยมนำมาใส่ของต้มๆ ไม่ว่าจะเป็นนาเบะ สุกี้เยากี้ โอเด้ง อาหารร้อนๆ ที่ช่วยคลายหนาว  หัวไชเท้าเป็นผักรสอ่อน ซึบซับรสจากเครื่องปรุงได้ดี ไม่มีกลิ่นฉุนเข้ากับเครื่องปรุงอื่นๆ ได้ง่าย ความดีอีกอย่างนึงเด้วยความเป็นผักเนื้อฉำ่ วิตามินสูง กินเยอะๆ ช่วยบรรเทาอาการหวัด อาการเจ็บคอ 

พูดถึงหวัดแล้ว ปีนี้นับว่าต๊ะแข็งแรง และโชคดีที่แคล้วคลาดจากไข้หวัด และไข้หวัดใหญ่มาจนเรียกว่าเกือบจะสิ้นปี ถือว่าเป็นปีที่ดีทีสุดปีนึงนะคะ ใครที่ตามอ่านมาระยะหนึ่งจะรู้ว่าปีที่แล้วนํ้าหนักต๊ะขึ้นสูงมาก เรียกว่า 64-66 อีกไม่นานก็น่าจะทะยานไปหลัก 7 ถ้าไม่มีคนทักซะก่อน ตัวเลขนี้เหมือนจะไม่เยอะ ถ้าลืมความจริงที่ว่าต๊ะสูงไม่ถึง 160 ซม. และเป็นคนที่ดูตัวเล็กกว่าส่วนสูงจริงด้วย เพราะฉะนั้นคือเลเวลความอืดคือทะลักมาก ตอนนี้ลดนํ้าหนักไปได้ 12-14 กก. จากการควบคุมอาหารและโยคะ เชื่อไหมว่าต๊ะดูผอมกว่าตอนหนัก 48-49 และแข็งแรงมากกว่าเดิมจริงๆ

ใครที่กำลังคิดเรื่องลดนํ้าหนักอยุ่ ต๊ะไม่มีสูตรอะไรจะแชร์นะคะ แค่อยากจะบอกว่าให้ทำเถอะ ทำเท่าที่ทำได้ ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีรูปร่างผอมเพรียว มีหน้าท้องแบนเรียบได้ แต่ทุกคนมีสุขภาพที่ดีขึ้นได้ ต๊ะเองก็ชอบกินของอร่อยนะคะ แม้แต่ช่วงลดนํ้าหนัก ผัดไทย ราเมน ก็ไม่ได้ขาด เวลาว่างก็ไม่ได้มีมาก บางทีโยคะตอนตี 2 ออกกำลังเสร็จ ตี 3 นอนได้ 3 ชั่วโมงก็ต้องตื่นมาทำอาหาร ลดได้ไม่เร็วมาก แต่อาศัยว่าไม่ยอมหยุด มันก็เห็นผลเหมือนกันนะคะ ฝากไว้สำหรับคนที่ตั้งใจจะลดนํ้าหนักนะคะ อุปสรรคมีให้ฝ่าฟันค่ะ

วกกลับมาที่เมนูวันนี้นะคะ หัวไชเท้าต้มราดซอสใส่หมูสับเป็นเมนูง่ายๆ ใช้เครื่องปรุงส่วนผสมไม่กี่อย่าง แต่ความอร่อยนั้นท้าให้ลองค่ะ

เอาล่ะค่ะตามมมาดูสูตรหัวไชเท้าต้มราดซอสใส่หมูสับ (Daikon with Ankake Sauce) ที่ต๊ะทำกินกับซาดาโอะ และโคชิดีกว่า อร่อยน้า


ส่วนผสม
หัวไชเท้า 700 กรัม (ประมาณ 1/2 หัว) ปอกหั่นเป็นท่อนสั้นๆ บั้งตรงกลางเป็นเครื่องหมายกากบาท (เครื่องปรุงจะได้ซึมเข้าไปได้ง่ายๆ)

A
นํ้าเปล่า 800 มล.
เกลือ โชยุ อย่างละ 1/2 ช้อนชา
ข้าวญี่ปุ่นดิบ 1 ช้อนโต๊ะ

B
ดาชิ 300 มล.
หมูสับ 200 กรัม
โชยุ 2 ช้อนโต๊ะ
มิริน 2 ช้อนโต๊ะ
ขิงขูดหรือสับ 15 กรัม
แป้งมันหรือแป้งข้าวโพด 1 ช้อนโต๊ะ ละลายกับนํ้านิดหน่อย

วิธีทำ
1. ต้มหัวไชเท้ากับส่วนผสม A จนสุกใส เสร็จแล้วทิ้งนํ้าไปนะคะ การใส่ช้าวลงไปต้มด้วยจะช่วยเพิ่มรสหวานอ่อนๆ ให้หัวไชเท้านะคะ ต๊ะใส่ข้าวลงไปต้มเวลาทำอาหารอื่นๆ บ่อยนะคะ แช่นํ้าให้นิ่มแล้วบดใส่ลงไปก็มี ลองดูนะคะรับรองจะชอบ
2. .ใสดาชิลงในหม้อ พอเดือดใส่หมูสับลงไปแล้วตามด้วย โชยุ มิริน ขิงสับ พอส่วนผสมเดือ ใส่แป้งมันลงไป
3. ตักหัวไชเท้าใส่ถ้วย แล้วราดซอสในข้อ 2 เสิร์ฟได้ค่ะ ลองทำกันดูนะคะ

Saturday, December 16, 2017

เครปญี่ปุ่น (Japanese Crepe)

ทำไปทำมาก็จะหมดไปอีกปีแล้วนะคะ เวลาผ่านไปเร็วมากโดยเฉพาะหลังจากเราอายุ 25 ปี ทุกๆ ปีจะเป็นธรรมเนียมซึ่งไม่รู้เหมือนกันว่าไปจำใครมาจากไหน นั่นคือการตั้งเป้าหมายค่ะ ซึ่งทำติดต่อกันมาหลายปีสำเร๊จบ้าง ไม่สำเร็จบ้าง ส่วนมากก็จะไม่ แต่พอจะขึ้นปีใหม่ก็จะเริ่มคิดอีกว่าเป้าหมายปีหน้าคืออะไร และแน่นออนว่าปีนี้ก็เช่นกัน

คีะเขียน blog มาหลายปี น่าจะสัก 5-6 ปีแล้ว แต่แฟนเพจยังแค่พันต้นๆ และยอดวิว คนอ่านก็ยังไม่เยอะเท่าที่ใจอยากให้เป็น ใครที่ตามอ่านมาสักพักจะรู้ว่าต๊ะไม่ค่อยจะกลับไปแก้รูปเก่าๆ แม้บางรูปก็ยอมรับว่ามันถ่ายได้เห่ยมาก มุมกล้องโง่ๆ แสงแข็งๆ ถึงเวลาสำหรับการปรับโฉม blog .ใหม่อีกรอบแล้ว แค่นึกก็เหนื่อยล่วงหน้า แต่ก็ต้องทำล่ะเพราะไม่ได้เขียน blog ไว้อ่านเอง ถึงเวลาที่ควรจะะพัฒนาก็ต้องพัฒนานะคะ เพราะต๊ะรู้ว่าถ้ามันไม่ไปไหน วันนึงอาจจะรู้สึกว่าไม่อยากทำอีก เป้าหมายไม่ได้อยากเป็น net idol อะไร โอเคเพราะมันแก่เกินแล้ว :-) แต่อยากให้เป็น blog ที่คนอ่านรักและไว้ใจว่ามีสูตรอาหารอร่อยๆ 

วกกลับมาคุยเรื่องเมนูวันนี้ดีกว่านะคะ ขอสารภาพว่าต๊ะได้มาลองชิมเครปญี่ปุ่นครั้งแรกก็ตอนมาอยู่โตเกียวแล้วเมื่อ 8 ปีก่อน ที่กินบ่อยสมัยก่อนคือเครปร้อน แป้งกรอบๆ สอดไส้หมูหยอง นํ้าพริกเผาที่ขายตามโรงเรียน ตามตลาดนัดนั่นแหละค่ะ จำได้ว่าเคยไปเดินกินเครปแนวนี้กับซาดาโอะครั้งนึง ซาดาโอะอ่านป้ายหน้าร้านแล้วถึงกับต้องปแอบขำ ร้านก็เขียนเอาไว้ว่าเครปญี่ปุ่น ตัวใหญ่ไซส์บึ้มมาก ซาดาโอะก็พูดนิดนึงว่าพึ่งรู้ว่าเครปเป็นอาหารญี่ปุ่น ผมคิดมาตลอดว่าเป็นอาหารฝรั่งเศส พร้อมๆ กับยิ้มละมุน จะไงก็ตามต๊ะก็ชอบนะเครปคามตลาด รสชาติถูกปาก ราคาก็สบายกระเป๋า 

เครปญี่ปุ่นมีความหวานมันน้อยกว่าเครปฝรั่งเศส ทำง่ายใช้เวลาน้อยกว่าเพราะเน้นส่วนผสมที่เป็นของสด อย่างผลไม้สด ถามมีครีมก็เป็นครีมสด อาจะมีครีมค้สตาร์ด ซอสช็อคโกแลตบ้างอะไรบ้าง แต่ในภาพรวมคือขนมที่ทำง่าย กินอร่อย ทำแล้วทิ้งไว้ตู้เย็นเวลาจะกินก็เอามาห่อ โอยมันสะดวกมาก สูตรนี้แป้งนุ่มมาก ทิ้งไว้ในตู้เย็น 2-3 วันก็ยังนุ่มค่ะ สูตรนี้ทำได้ 20-25 แผ่นนะคะ อยากให้ลอง อร่อยจริงจังมากค่ะ

เอาล่ะค่ะตามมาดูสูตรเครปญี่ปุ่นที่ต๊ะทำกินกับซาดาโอะและโคชิดีกว่า อร่อยน้า

ส่วนผสม
แป้งเค้กร่อน 2 ถ้วย
ไข่ไก่ขนาดกลาง 3 ฟอง 
นมสด 600 มล.
เนยละลาย 50 กรัม
วนิลา 1/2 ช้อนชา
นํ้าตาล 3 ช้อนโต๊ะ

ไส้
chocolate spread
สตรอว์เบอร์รี่สด


วิธีทำ
1. ตีไข่กับนํ้าตาลจนไข่สีอ่อนลง และนํ้าตาลละลายหมดนะคะ ใส่เนยละลายกับวนิลาลงไป
2. ใส่แป้งกับนมสลับกัน ทยอยใส่จนส่วนผสมหมด สัก 3 -4 รอบก็พอนะคะ ผสมให้เข้ากันกริ้บเลยนะคะ อย่าให้แป้งเป็นก้อน

3. ปิดด้วยฟิล์มแลัวพักแป้งไว้ในตู้เย็น สัก 2-3 ชั่วโมง เสร็จแล้วเอาออกมาเราจะทอดเครปกันค่ะ เรียกว่าทอดแต่ต๊ะไม่ได้ใส่นํ้ามัน ไม่ได้ทาเนยที่กระทะนะคะ ตักเครปลงไปในกระทะที่อุ่นให้ร้อนใช้ไฟกลางค่อนข้างอ่อนนะคะ ใส่ประมาณ 1/4 ถ้วย เกลี่ยแป้งให้ทั่วกระทะ รอจนขอบแป้งเปลี่ยนเป็นสีนํ้าตาลอ่อนและเริ่มร่อนออกจากกระทะ เสร็จแล้วพลิกพอสุกทั้งสองด้านก็เอามาวางบนจาน เอา paper towel ปิดเพื่อไม่ให้แห้ง แล้วไม่ให้เครปแต่ล่ะแผ่นติดกันนะคะ
 4. วางเครปลงบนจาน ปาด chocolate spread เอาสักครึ่งแผ่นก็พอ มันจะเปลือง.. แฮ่ มันจะหวานไป โปะสตรอว์เบอร์รี่ลงไป พับแล้วห่อ เสร็จค่ะ ง่ายเป็นที่สุด ลองทำกันดูนะคะ