• Kiyosumi Gardens

    A Japanese style garden located in east side of Tokyo. It has very famous collections of Japanese stones.

  • Yanaka

    A Beauty in Everyday Life awaiting You.

  • Easy Miso Ramen

    Quick and delicious homemade miso ramen recipe.

Wednesday, October 18, 2017

หอยเชลล์ชุบเกล็ดขนมปังทอด (Deep Fried Breaded Scallop)

วันนี้ต๊ะได้หอยเชลล์ตัวใหญ่มาจากซูปเปอร์ หอยสดๆ หลายชนิดเป็นอาหารที่มีเฉพาะฤดูกาล จริงอยู่ที่เราอาจจะหาหอยเชลล์สดกินในญี่ปุ่นได้ไม่ยาก แต่ถ้าจะให้อร่อยจริงก็ต้องเป็นช่วงที่อากาศเย็นๆ อย่างนี้ล่ะค่ะ ถ้าเป็นช่วงอื่นๆ ต๊ะจะเอาหอยเชลล์มาย่างกับมิโซะ หรือใส่นาเบะ  รวมกับวัตถุดิบอื่นๆ แต่ช่วงนี้หอยเชลล์ตัวใหญ่ไซส์บึ้มมาก ตอนที่ถ่่ายรูปต๊ะก็ลืมนึกไปว่าน่าจะเอาเทียบกับช้อนหรือฝ่ามือ จะได้เห็นชัดๆ ว่ามันใหญ่ขนาดไหน จริงๆ แล้วต๊ะว่าต๊ะต้องใส่ใจ เก็บรายละเอียดวัตถุดิบมากกว่านี้ คนอ่านจะได้เห็นภาพมากขึ้นนะคะ

หอยเชลล์ชุบเกล็ดขนมปังทอดเป็นเมนูทอดๆ ที่ดูหรูกว่าเมนจิคันสึ ทงคัตสื หรือโครอกเกะ คือเราจะไม่เห็นทอดวางขายตามซุปเปอร์มาร์เก็ต ตามร้านอาหารที่ขายของทอดโดยเฉพาะก็ยังไม่ค่อยเก็น ขนาดว่าสนๆ ยังไม่ได้ปรัง  8-9 ตัวที่เห้นก็ราคาเกือบ 800 เยนนะคะ เป็นวัตถุดิบราคาสูงทีเดียว ถ้าจะหาเมนูนี้กินก็ต้องไปแหล่งอย่างฮอกไกโด หรืออาโอโมริ เพราะแม้แค่ร้านอาหารในตลาดปลาสึคิจิก็ยังไม่มีเมนูนี้เลยนะคะ

วันนี้นอกจากทอดแล้ว ต๊ะยังแอบแบ่งหอย 2 ตัว ไว้ย่างและเสิร์ฟแบบซาชิมิ จัดเป็นเซ็ตแบบเทโชคุ ทำซุปมิโซะใส่หน้าท้องปลาแซลมอนด้วยนะคะ ไว้ต๊ะจะทยอยลงสูตร  ตอนนี้อาจจะไม่ได้มาบ่อยนักแต่ไม่ได้ติดงานอะไรที่ไหน ต๊ะกำลังคิดเรื่องปรับโฉม blog อีกครั้ง ยอมรับว่าหนักนะเพราะทำคนเดียวจริงๆ แต่ไม่ปรับก็ยากหน่อยเพราะดูๆ แล้ว blog นี้ มันดูเป็นงานยุค 90 มาก

เอาล่ะค่ะ ตามมาดูสููตรหอยเชลล์ชุบเกล็ดขนมปังทอด (Deep Fried Breaded Scallop) ที่ต๊ะทำกินกับซาดาโอะดีกว่า (โคชิไม่กินหอย) อร่อยน้า

ส่วนผสม
หอยเชลล์ปริมาณตามกำลังทรัพย์
แป้งสาลีเล็กน้อย
ไข่ไก่ตีพอเข้ากัน 1 ฟอง
เกล็ดขนมปัง
เกลือพริกไทยเล็กน้อย
นํ้ามันสำหรับทอด

วิธีทำ
1.ใช้ paper towel ซับหอยเชลล์ให้แห้งเท่าที่จะทำได้นะคะ อย่าข้ามขั้นตอนนี้เป็นอันขาดไม่อย่างนั้นเวลาทอดแล้วจะไม่กรอบ แฉะเร็วนะคะ
2.  โรยเกลือพริกไทยบางๆ 
3. เสร็จแล้วโรยแป้งสาลีใหัทั่ว จากนั้นชุบไข่ และคลุกเกล็ดขนมปังให้ทั่ว เอาลงทอดจนสุกเหลือง จะเสิร์ฟกับทาร์ทาร์ซอส หรือซอสทงคัตสิก็ตามสะดวก
ลองทำกันดูนะคะ

Saturday, October 14, 2017

ราเมนหม้อไฟ (Nabeyaki Ramen)

ราเมนหม้อไฟ แบบนี้ก็ได้ด้วยหรอ ได้ค่าถ้ามีเส้นบะหมี่ที่เหนียวๆ หน่อย ที่ญี่ปุ่นจะมีขายโดยเฉพาะเป็นเสันหยิกๆ คล้ายบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแต่เหนียวกว่า ถ้าหาเส้นเหมือนกันไม่ได้จะใช้มาม่าเกาหลี หรือเส้นบะหมี่ผักโมโรเฮยะก็ได้ พยายามอย่าใข้บะหมี่ไข่ธรรมดานะคะ เพราะเส้นจะเละง่ายมาก ปกติแล้วเราจะใช้เส้นอุด้งกัน แต่ใส่เส้นราเมนก็อร่อยนะคะ และส่วนตัวต๊ะขอบกินราเมนมากกว่าอุด้ง เพราะกินแล้วมันเบากว่า ไม่หนักท้อง อันนี้ไม่รู้เหมือนกันว่าคิดไปเองหรือเปล่า 

ส่วนผสมหลักๆ สำหรับนํ้าซุปนาเบะไม่มีอะไรมาก ดาชิ โชยุ สาเก มิริน แล้วก็เติมผัก เนื้อสัตว์ลงไป ใส่ไข่ไปหน่อย ไม่มีอะไรมาก แค่เลือกใช้ส่วนผสมสดใหม่ก้็จะมีรสหวานตามธรรมชาติ ครั้งแรกที่ต๊ะได้กิน ต๊ะรู้สึกว่ามันช่างเป็นอาหารที่อร่อยเสียเหลือเกิน และเป็นเมนูแรกๆ ที่ต๊ะได้กินและทำให้รู้สึกรักและสนใจอาหารญี่ป่น พอมาได้ทำเองก็รู้สึกนึกถึงวันเก่าๆ 

ช่วงนี้โตเกียวอากาศขึ้นๆ ลงๆ บางวันร้อนอุณหภูมิเกือบ 30 ต้องใส่เสื้อแขนสั้น บางวันลดลงไปถึง 17 องศาต้องวิ่งหาสเวตเตอร์์มาใส่ อากาศชวนไม่สบายมาก แต่ต๊ะยังไหวนะ ปีนี้ยังไม่ป่วยหนักๆ สักที ตั้งแต่ย้ายมาที่นี่ต๊ะโดนไข้หวัดใหญ่ไป 2 รอบ หวังว่าจะไม่ต้องเจอกันอีก เป้็นอะไรที่ทรมานร่างกายมาก หายใจไม่เต็มปอด นอนแทบไม่ได้ เหนื่อยง่าย ไอแทบจะตลอดเวลา แต่เชื่อไหมว่าทั้ง 2 ครั้ง 2 หน ต๊ะไม่ได้ไปหาหมอ ไม่ได้ไปโรงพยาบาล เพราะเคืดเองง่ายๆ ว่าไม่ใช่กลุ่มเสียง พอมารู้ตัวว่าน่าจะเป็นก็เกือบหายแล้ว ซึ่งจริงๆ ถือว่าเป็นเรื่องอันตรายระดับนึงเหมือนกันนะคะ เพราะปุบปับมา อาการแย่ลงแก้ไขไม่ทัน มีให้เห็นมากมาย เรื่องระบบทางเดินหายใจเป็นเรื่องที่ต้องระวัง

ช่วงนี้อากาศเย็นลงมาก ต๊ะก็เน้นอาหารร้อนๆ ให้ร่างกายอยอุ่นไว้ก่อน หวังว่าจะป้องกันไข้หวัดใหญ่ได่้นะคะ 

เอาล่ะค่ะ ตามมาดูสูตรราเมนหม้อไฟที่ต๊ะทำกินกับซาดาโอะ และโคชิดีกว่า อร่อยน้า

ส่วนผสม

ดาชิ 500 มล.
สาเก 1.5 ช้อนโต๊ะ
โชยุ 1.5 ช้อนโต๊ะ
มิริน 1.5 ช้อนโต๊ะ
เส้นราเมนสำหรับ 1 ที่
หมูสไลด์บางหั่นพอคำ 40 กรัม
เห็ดหอม 2 ดอก
ต้นหอมญี่ปุ่นหั่นเป็นท่อนสั้น 1/2 ต้น
แครอท
ไข่แดงดิบ หรือจะใช้ไข่สดทั้งฟองก็ได้ค่ะ ต๊ะใส่แต่ไข่แดงเพราะเน้นหน้าตาเท่านั้นเอง

วิธีทำ
1. ใส่ดาชิลงในหม้อไฟ แล้วเติมสาเก โชยุ มิริน ใสต้นหอมลงไปก่อนเพราะต้นหอมญี่ปุ่นสุกยากกว่าหมู ถ้าใส่หมูก่อน หมูอาจจะแข็งได้เพราะต้มนานไป จากนั้นใส่แครอท พอต้นหอมสุกใสค่อยใส่หมูลงไปค่ะ แล้วตามด้วยเห็ดหอม เส้นราเมน ปิดท้ายด้วยไข่ เป็นอันเสร็จ จะเสิร์ฟบนเตาแก๊สให้นํ้าซุปเดือดปุดๆ ก็เช้าทีนะคะ เสียดายที่บ้านต๊ะไม่มีเตาแบบตั้งโต๊ะ ก็ได้แค่ยกมาเสิร์ฟ อาศัยรีบกินเอา ไม่งั้นไม่นานก็จะเย็นลง...อย่างรววดเร็ว

ลองทำกันดูนะคะ 

Thursday, October 12, 2017

อุด้งชมจันทร์ (Tsukimi Udon / Moon Viewing Udon)

อุด้งชมจันทร์ เอ๊ะแต่มาวันพฤหัสนะคะ จริงๆ เมนูนี้เป็นเมนูลัดคิว ที่จริงมีเมนูอื่นหลายเมนูที่ต๊ะทำไว้และยังไม่ได้โพสต์สูตร ที่เป็นอย่างนั้นก็เพราะต๊ะพึ่งซื้อเลนส์มาโครใหม่ ตรงๆ ไม่อ้อมค้อมคืออยากอวดนั่นเอง เลนส์ตัวนี้ต๊ะหมายปองมานาน ร่วมๆ ปี ทีช้าก็เพราะราคา สำหรับต๊ะถือว่าแรง แพงกว่า body กล้องถ่ายรูปที่ใช้อยู่ด้วยซํ้า แต่ไม่มีเลนส์มาโครจะุถ่ายอาหารจริงจังก็ยากอยู่เหมือนกันนะคะ เพราะจะโฟกัสอาหารขนาดเล็ก หรือ texture น้อยมันเป็นอะไรที่ยากมาก สุดท้ายก็ตัดสินใจซื้อ รอบนี้ถือว่าเป็นการลงทุนด้านอุปกรณ์ถ่ายรูปที่สูงสุดตั้งแต่หัดถ่ายรูปมา

มีเพื่อนหลายคน ถามว่าทำ blog ไปทำไม คือไม่ได้ถามตรงๆ นะคะ แต่ความหมายก็ประมาณนี้ หลายคนอาจจะสังเกตเห็นว่าระยะหลังต๊ะมาลิงค์โฆษณาหารายได้ด้วย คือเงินก็อยากได้อ่ะนะคะ แต่ก็ไม่ใช่วัตถุประสงค์หลัก ไอ้จะคาดหวังชื่อเสียงก็ไม่ใช่อีก แต่ตั้งแต่ทำ blog มาก็มีแต่เรื่องดีๆ นะคะ อย่างน้อยที่สุดก็ทำอาหารเก่งขึ้น ถ่ายรูปสวยขึ้น ที่สำคัญที่สุดทุกๆ วันต๊ะจะมีความคิดว่าคงมีคนรออ่าน blog เราอยู่ ถึงจะไม่มากมายแต่ก็เป็นอะไรที่ดีีต่อใจมาก และเมื่อมีพลังบวกก็จะทำอย่างอื่นก็ดีไปหมด ต๊ะจิงไม่เคยมีความคิดจะเลิกเขียน แม้อาจจะมีบางช่วงที่ห่างๆ ไปบ้างถ้าติดภารกิจหลัก 

อุด้งชมจันทร์เป็นอุด้งร้อน โปะหน้าด้วยไข่แดงดิบ แล้วก็ topping อื่นๆ  เล็กน้อย ที่ได้ชื่่อชมจันทร์ก็เพราะหน้าตาที่เหมือนท้องฟ้ายามคํ่าคืนที่มีพระจันทร์สีเหลืองลอยอยู่นั่นเอง การกินไข่ดิบเป็นเรื่องปกติในญี่ปุ่น และไข่สดที่ขายก็มีความปลอดภัยสูง ใครไม่ถนัดไข่ดิบจะเปลี่ยนมาใช้ไข่ต้มออนเซ็น ก็จะได้ลุคที่ไม่เหมือนนัก แต่รสชาติถือว่าใกล้เคียง ลองปรับเปลี่ยนดุูตามความชอบนะคะ

เอาล่ะคะตามมาดูสูตรอุด้งชมจันทร์ (Tsukimi Udon / Moon Viewing Udon) ที่ต๊ะทำกินกับซาดาโอะและโคชิดีกว่า อร่อยน้า

ส่วนผสม สำหรับ 1 ที่
เส้นอุด้งต้มสุกแช่แข็ง
ดาชิ 500 มล.
โชยุ 2 ช้อนโต๊ะ
มิริน 2 ช้อนโต๊ะ
Mentsuyu 1 ช้อนโต๊ะ
ไข่แดงดิบ
ต้มหอมซอย
งาขาวคั่ว

วิธีทำ
1. เทดาชิใส่หม้อ เติมโชยุ มิริน Mentsuyu ลงไป ต้มให้เดือด เสร็จแล้วใส่เส้นลงไป พอเส้นคลายตัวและนํ้าแข็งละลายหมด ก็ยกลงเทใส่ถ้วย
2. ใส่ไข่แดงดิบ ต้นหอม และงาขาวตั่วก็ตามสะดวกนะคะ ถ้าใครมีเท็นคาสึ (แป้งเทมปุระทอด) ก็เติมลงไปจะทำให้นํ้าซูปกลมกล่อมยิ่งขึ้นนะคะ

Sunday, October 8, 2017

บลูเบอร์รี่สโคน (Blueberries Scones)


เมื่อคืนตอนประมาณเที่ยงตืนมีแผ่นดินไหว แรงระดัยบ้านไหวไปมา กินเวลานานประมาณ 3-4 นาที อย่าถามเลยว่าเป็นครั้งที่เท่าไหร่ตั้งแต่อยู่ญี่ปุ่นมา เพราะต๊ะก็ไม่ได้นับเหมือนกัน จะว่าชินก็ไม่เชิงนะ แต่ต๊ะก็ไม่ได้ตื่นเต้นอะไร ไม่ได้วิ่งเข้าห้องนอน วุ่นวายหาผ้านวมมาคลุมหัวเหมื่อนตอนย้ายมาใหม่ๆ ได้แต่มองหน้าซาดาโอะแล้วคุยกัน เออแผ่นดินไหวแรงนะรอบนี้ แล้วก็แยกย้าย

ตอนแผ่นดินไหวใหญ่ปี 2011 หลายคนคงคิดว่าต๊ะบ้าหรือเปล่าที่ยังอยู่ญี่ปุ่นต่อ ไม่ได้คิดย้ายกลับไทย ทั้งๆ ที่จะย้ายกลับก็ไม่ได้ยากเพราะซาดาโอะพูดไทยได้ ต๊ะจะย้าหรือเปล่าก็ไม่ชัวร์แต่ไม่ค่อยจะกล้วหรือหวั่นไหวกับปรากฏการณ์ทางธรรมชาติสักเท่าไหร่ เพราะอยู่ที่ไหนก็พบเจอได้ไม่ต่างกัน จริงอยู่ที่ญี่ปุ่นอาจจะโดนบ่อยกว่าที่อื่น แต่เมื่อโดนบ่อยแน่นอนว่าการจัดการอะไรต่างๆ ก็ดีมีมาตรฐานสูงตามสไตล์ประเทศพัฒนาแล้ว และอีกอย่างโอกาสที่จะเกิดแผ่นดินไหวใหญ่ๆ แบบนั้น ไม่ได้ม่ีบ่อย อาจจะมาอีกที 50 หรือ 60 ปีหลังจากนี้ ซึ่งแน่นอนว่าตอนนั้นต๊ะน่าจะไปเกิดใหม่เป็นที่เรียบร้อย

วันนี้มานำเสนอเมนูขนมอบ จริงๆ ไม่ใช่ทางที่ต๊ะสันทัดนักนะคะ ถ้าไล่กลับไปดูรูปเมนูในหมวดนี้จะเห็นรูปเห่ยๆ เต็มไปหมด แต่แน่นอนว่าต๊ะไม่ได้ลบ และไม่ค่อยได้กลับไปแก้รูปอะไรเท่าไหร่ เพราะตอนที่เริ่มเขียน blog ก็เริ่มทำทั้งๆ ที่ยังทำอาหารไม่ค่อยจะเป็น เวลาเห็นอะไรที่มันไม่สมบูรณ์แบบก็รู้สึกธรรมดา ถ้าเวลามีก็ฝึกฝน ถ้าทำได้ดีขึ้นก็ค่อยหารูปมาแปะใหม่

แต่เมนูวันนี้ง่ายมากค่ะ ง่ายสะท้านโลก เป็นขนมอบที่ง่ายที่สุดตั้งแต่ทำขนมมา ทำครั้งแรกก็สวยเลย (ขนมนะ ไม่ใช่คนเขียน) มันคือสโคนค่ะ มันง่ายเหนื่อความคาดหมายมาก เพราะที่โตเกียวขายกันไม่ถูกนะคะชิ้นนึงอย่างเบาๆ ก็ 200 - 250 เยน ฉะนั้นต๊ะจึงคิดว่ามันควรมีหลายขั้นตอนประมาณนึง ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ใช่เลย มันง่าย ไม่มีความซับซ้อน อร่อยเกินคุ้ม เป็นเมนูขนมอบที่เหมาะกับคนที่พึ่งหัดทำขนมอบครั้งแรก ขอรับรองด้วยเกียรติของคนทำขนมไม่ค่อยเป็นเหมือนกันว่าทำง่าย ไม่มีขั้นตอนไหนที่จะเปิดโอกาสให้คุณได้พลาดพลั้ง ลองเลยค่ะ

เอาล่ะค่ะ ตามมาดูสูตรบลูเบอร์รี่สโคน (Blueberries Scones) ที่ต๊ะทำกินกับซาดาโอะ และโคชิดีกว่า อร่อยน้า

ส่วนผสม
แป้งสาลีอเนกประสงค์ 2 ถ้วย
นํ้าตาลทราย 3 ช้อนโต๊ะ
ผงฟู 1 ช้อนโต๊ะ (แลดูเยอะแยะ แต่เชื่อเถอะค่ะต้องใช้เท่านี้จริงๆ)
เนย 115 กรัม
เกลือ 1/4 ช้อนชา
นมสด 70 มล.
ไข่ไก่ขนาดกลาง 1 ฟอง ตีให้เข้ากัน
วนิลา 1 ช้อนชา
บลูเบอร์รี่สด 1 ถ้วยตวง
ไข่แดง 1 ฟอง + นมสด 1 ช้อนชา ตีให้เข้ากัน สำหรับทาหน้าขนมก่อนอบนะคะ

วิธีทำ
1. ร่อนแป้ง เกลือ นํ้าตาล ผงฟู เข้าด้วยกัน 
2. หั่นเนยเป็นก้อนสี่เหลี่ยมเล็กๆ ขนาดประมาณ 1 ซม.ใช้ปลายนิ้วขยุ้มเบาๆ จนเนยเข้ากับแป้ง ไม่มีเหลือเป็นก้อนใหญ่ๆ จะได้ส่วนผสมที่มีลักษณะเหมือนเกล็ดขนมปังร่วนๆ 
 3. ทำบ่อตรงกลาง เทไข่ลงไป ใช้มือผสมต่อ ใส่ถุงมือพลาสติกก็ดีนะคะ มือไม่เลอะ
 3. จากนั้นค่อยๆ เทนมสดลงไปค่ะ ค่อยๆ ใช้มือผสมให้เข้ากันนะคะ ระวังอย่าใส่นมสดรวดเดียวส่วนผสมอาจจะเหลวไปนะคะ (แต่ก็แก้ไขไดด้วยการเพิ่มแป้งนะคะ)
 4. ผสมจนแป้งเข้ากันพอรวบได้ เทบลูเบอร์รี่ลงไป ผสมเบาๆ ใฟ้เข้ากัน ใช้ cling film ปิด พักไว้ 30 นาที
 5. อุ่นเตาอบที่ 200 องศาเซลเซียส โรยแป้งให้ทั่ว บางๆ ก็พอนะคะ เสร็จแล้วใช้ rolling pin คลึงส่วนผสมในข้อ 4 ให้หนาสัก 1.5 ซม. เสร็จแล้วใช้พิมพ์ขนาด 2 นิ้ว กด จะได้ประมาณ 12 ชิ้นนะคะ เสร็จแล้วเอาเข้าเตาอบประมาณ 15-20 นาที จนสุกเหลืองดี เสิร์ฟร้อนๆ ค่ะ

ถ้าทำแล้วมีเหลือ จะอุ่นให้อุ่นด้วย oven toaster อร่อยกว่าไมโครเวฟนะคะ ลองทำกันดูค่ะ


Wednesday, October 4, 2017

จังโกะนาเบะรสซีอิ้ว (Shoyu Chanko Nabe)

รู้จักจังโกะนาเบะกันไหมคะ มาทำความรู้จักจังโกะนาเบะกันดืกว่า จังโกะนาเบะเป็นหม้อไฟของนักซูโม่ เป็นเมนูเพิ่มพลัง เพื่อนๆ หลายคนที่มาเจอกันที่ญี่ปุ่นมักจะเข้าใจผิดว่ากินจังโกะนาเบะแล้วจะอ้วน ซึ่งไม่เป็นความจริงเลย จังโกะนาเบะเป็นอาหารต้มจึงมีไขมันตํ่าโดยธรรมชาติ ถ้าไม่ได้กินเยอะและนอนหลับทันทีเหมือนนักซูโม่ก็รับรองว่าห่วงยางจะไม่เกิดขึ้นแน่นอนค่ะ 

จังโกะนาเบะเป็นอาหารที่มีความเป็นมายาวนานตั้งแต่ปลายยุคเมจิ ป็นอาหารที่สะดวกในการที่จะเตรียมในปริมาณมาก มีสมดุุลย์ทางโภชนาการจึงเหมาะที่จะเป็นเมนูเพิ่มพลังของนักซูโม่ ค่ายซุูโม่แต่ละค่ายมักจะมีสูตรจังโกะนาเบะเป็นของตัวเอง และมีนักซูโม่จำนวนไม่น้อยที่เปิดกิจการร้านจังโกะนาเบะหลังจากอำลาวงการ ในโตเกียวสามารถหาร้านจังโกะนาเบะอร่อยๆ ได้รอบๆ สนามแข่งซูโม่ในย่าน Ryogoku นะคะ

จังโกะนาเบะแบ่งออกเป็น 2 อย่างกว้างๆ นะคะ นั่นคือ Chiri Nabe  และ Yose Nabe ซึ่งจะต่างกันที่นํ้าซุป Chiri Nabe จะไม่มีการปรุงนํ้าซุป เวลากินก็เอาตะเกียบคีบผักหรือเนื่้อสัตว์จิ้มกับนํ้าจิ้ม ส่วน Yose Nabe จะปรุงนํ้าซูปด้วยเกลือ ซีอิ้ว หรือมิโซะ

มีอะไรอยู่ในหม้อจังโกะนาเบะบ้าง หลักๆ ก็จะมีนํ้าซูป ผัก และเนื้อสัตว์ โดยทั่วไปแล้วจะไม่มีการใส่ผักภูเขาร่วมกับอาหารทะเลในหม้อเดียวกัน และจะไม่ใส่เนื้อสัตว์สี่เท้าอย่างหมู หรือวัว เพราะในการแข่งขันซูโม่หากมือฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดแตะพื้นก็ถือว่าแพ้ เนื้อสัตว์สีเท้าจึงเหมือนเป็นอาหารที่ไม่เป็นมงคล

เมนูวันนี้เป็นจังโกะนาเบะรสซีอิ้ว จั่วหัวมาซะขนาดนี้แน่นอนว่าจะมีซีรีส์รสอื่นๆ ตามมา เอาเป็นว่ารอคอยกันสักนิดนะคะ อาจจะมาช้าแต่มาชัวร์

เอาล่ะค่ะตามมาดูสูตรจังโกะนาเบะรสซือิ้ว ที่ต๊ะทำกินกับซาดาโอะ และโคชิดีกว่า อร่อยน้า

ส่วนผสม (สำหรับ 2 ที่)
ผักกาดขาว 80 กรัม
กุ้ยช่าย 1/2 กำ หั่นเป็นท่อนสั้น 
แครอทนิดหน่อย
หอยตลับ 4 ตัว
เห็ดชิเมะจิ 1/2 แพค
หอยเชลล์ 3 ตัว
ปลาค็อด 2 ชิ้น

ดาชิ 500 มล.
โชยุ 1.5 ช้อนโต๊ะ
สาเก 1.5 ช้อนโต๊ะ
มิริน 1.5 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
1. เทดาชิ โชยุ สาเก มิริน ลงในหม้อดิน ใส่เนื้อสัตว์ลงไปต้ม เริ่มจากของที่สุกยากก่อนนะคะ

 2. เติมผ้กลงไปค่ะ ต้มต่อไปจนผักสุก ยกลง เสิร์ฟร้อนๆ ลองทำกันดูนะคะ


Sunday, September 24, 2017

ปลาค็อดย่างมิโซะมายองเนส (Grilled Cod with Miso Mayonnaise)

สลับสับเปลี่ยนกลับมาทำอาหารญี่ปุนกันอีกครั้งนะคะ ตอนเริ่มทำ blog ใหม่ๆ แนวทางของต๊ะยังไม่ชัดเจนและทำอาหารญี่ปุ่นก็ยังไม่คล่องด้วย ตอนแรกที่ทำก็จะมีสูตรอาหารไทยเยอะเพราะคิดอะไรไม่ออก แต่ซาดาโอะก็อยากให้ทำ ให้เริ่มทำทั้งๆ ที่ยังทำอะไรไม่ค่อยจะเป็นนั่นแหละ จริงๆ เรื่องนี้ต้องขอบคุณซาดาโอะ สามีที่บอกตลอดว่าจะทำอะไรก็ทำ ไม่ต้องรอให้เก่ง ต๊ะก็เลยเริ่มทำblog และจากนั้นก็เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องดีๆ หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการเขียนหนังสือ การเขียนรีวิวร้านอาหาร  หรือรีวิวสถานที่ท่องเที่ยว จนตอนนี้แนวทางของ blog ก็ชัดเจน และทำอาหารญี่ปุ่นได้มากขึ้น ต๊ะเริ่มลังเลที่จะโพสต์สูตรอาหารไทยอีก เพราะมีคนทำ มีคนเชียนเยอะแล้ว แตใจนึงก็อยากขยายกลุ่มคนอ่าน ระยะหลังก็จะเห็นต๊ะโพสต์สูตรอาหารเอเชีย หรืออาหารฝรั่งบ้าง ชอบไม่ชอบยังไงบอกกันได้นะคะ

เมนูวันนี้เป็นปลาค็อดย่างมิโซะมายองเนส ง่ายที่สุดในสามโลก แต่ความอร่อยนั้นท้าให้ลองเลยค่ะ ถ้าหาปลาค็อดไม่ได้ ลองปลาดอรี หรือปลาบาสะนะคะ รสชาติและกลิ่นถือว่าใกล้เคียงมากๆ แต่ปลานํ้าจืดอย่างอื่นไม่แนะนำนะคะ

มาพูดถึงปลาค็อดในญี่ปุ่นกันหน่อยนะคะ ด้วยความที่เป็นปลาตัวใหญ่จะไม่เห็นขายทั้งตัว จะแล่เป็นชิ้น และส่วนมากจะเอาหนังออกด้วย เวลาย่างเตามันจะไม่ค่อยคงรูปสวยงาม ต๊ะเลยปรับสูตรนิดหน่อยใช้ย่างกระทะแทน ก็ได้ผลนะคะ ย่างเสร็จแล้วปลายังสวย จากนั้นค่อยทามิโซะแล้วย่างเตาไฟฟ้าอีกหน่อย โอเคเพอร์เฟคได้ซอสมิโซะหอมๆ เนื่อปลาก็สวยถูกใจ

เอาล่ะค่ะ ตามมาดูสูตรปลาค็อดย่างมิโซะมายองเนส (Grilled Cod with Miso Mayonnaise) ที่ต๊ะทำกินกับซาดาโอะและโคชิดีกว่า อร่อยน้า

ส่วนผสม
ปลาค็อด 2-3 ชิ้น
แป้งสาลีนิดหน่อย
นํ้ามันพืชนิดหน่อย

สำหรับซอส
มิโซะแดง 2 ช้อนโต๊ะ
มายองเนสญี่ปุ่น 2 ช้อนโต๊ะ
นํ้าตาลทราย 1 ช้อนชา
สาเก 1 ช้อนชา

วิธีทำ
1. โรยแป้งสาลีให้ทั่วปลานะคะ เสร็จแล้วเทนํ้ามันใส่กระทะ แล้วย่างให้สุก

2. ผสมส่วนผสมซอสทั้งหมดให้เข้ากันเสร็จแล้วนำไปทาบนปลานะคะ จากนั้นเอาไปย่างต่อพอให้มิโซะเปลี่ยนเป็นสีเข้ม เสฺิร์ฟได้ค่ะ ลองทำกันดูนะคะ