• Kiyosumi Gardens

    A Japanese style garden located in east side of Tokyo. It has very famous collections of Japanese stones.

  • Yanaka

    A Beauty in Everyday Life awaiting You.

  • Easy Miso Ramen

    Quick and delicious homemade miso ramen recipe.

Monday, November 13, 2017

ซุปมิโซะใส่หน้าท้องปลาแซลมอน (Miso Soup with Salmon Belly)

ช่วงอากาศเย็นๆ แบบนี้เหมาะกับการทำซุปมิโซะแบบใส่เนื่อสัตว์ โดยเฉพาะเนื้อสัตว์ติดมัน ไม่รู้มโนเองหรือเปล่าเวลากินซุปพวกนี้ร่างกายอบอุ่นดีนะคะ  เวลาไปกินอาหารทะเลในญี่ปุ่นแล้วสั่งอาหารชุด ทางร้านมักจะเสิร์ฟซุปมิโซะใส่มันปูบ้าง ใส่หัวกุ้งบ้าง ใส่แซลมอนบ้าง ทั้งเพิ่มโปรตีนและเพิ่มความอร่อย ถ้าถามว่าแบบไหนอร่อยสุด ต๊ะชอบแบบใส่มันปูนะเพราะเป็นคนชอบกินปู แต่ยอกตรงๆ ทำไม่เป็น และมันปูที่ใส่กระปุกวางขายมันออกจะมีกลื่น  ไม่แน่ใจว่าถ้าเอามาใส่ซุปมิโซะจะต้องใส่อะไรก่อนไหม เมื่อไม่แน่ใจก็ไม่ทำเพราะมันปูที่ขายเป็นขวดๆ ก็ไม่ใช่ถูกๆ อ่ยางตํ่าๆ ก็ 700-800 เยน เอาเป็นว่าขอผ่านไปก่อนในรอบนี้แล้วกันนะคะ

เมนูนี้ต๊ะได้รับแรงบันดาลใจจากทริปอาโอโมริ ที่ต๊ะกับซาดาโอะไปแวะกินเซ็ตหอยเซลล์ชุบเกล็ดขนมปังทอดมา ร้านไม่เสิร์ฟซุปมิโซะแบบพื้นๆ ใส่เต้าหู้ แต่เสิร์ฟซุปมิโซะใส่แซลมอนแทน อร่อยเหาะ แต่เอาเข้าจริงก็ไม่ชัวร์ว่าเค้าใส่เนื้อแซลมอนส่วนไหน ไม่ได้ถ่ายรูปเก็บหลักฐานเพราะในร้านมืดมาก แค่จำได้ชัวร์ๆ ว่าไม่ใช่ส่วนที่มีกระดูก เลือกไม่ถูกว่าส่วนไหนดี จริงๆ หน้าท้องไม่ใช่ส่วนที่นิยมนำมาต้มเท่าไหร่ ส่วนมากจะเอาไปย่างใส่เกลือ แต่ต๊ะว่าลองใส่ดูก็เหมาะเจาะนะคะ เข้ากับมิโซะพองาม

ถ้าหาซื้อแซลมอนสดๆ ได้ ลองเอามาต้มใส่มิโซะกันดูนะคะ หน้าตาอาจจะไม่ได้ดูน่ากินมากมายแต่ความอร่อยนั้นท้าให้ลอง วันนี้ไม่ได้ใส่ผักนะคะ แต่คิดว่าถ้ามีหัวไชเท้าใส่สักหน่อยก็คงเข้ากัน

เอาล่ะค่ะ ตามมาดูสูตรซุปมิโซะใส่หน้าท้องปลาแซลมอน (Miso Soup with Salmon Belly) ที่ต๊ะทำกินกับซาดาโอะและโคชิดิกว่า อร่อยน้า

ส่วนผสม

ดาชิ(ดูวิธีเตรียมที่นี่) 800 มล. 
มิโซะแดง (aka miso) 1.5 ช้อนโต๊ะ 
มิโซะขาว (awase miso) 1.5 ช้อนโต๊ะ
มิรัน 1 ช้อนโต๊ะ
หน้าท้องปลาแซลมอน 200 กรัม

วิธีทำ
1. หั่นหน้าท้องแซลมอนเป็นชิ้นพอคำ พักไว้
2. ต้มดาชิให้เดือดใส่เนื้อแซลมอนลงไป ต้มให้สุก
3. เติมมิโซะกับมิรินลงไป 
4. ตักใส่ถ้วย เสิร์ฟได้ค่ะ 


Thursday, November 9, 2017

กราแตงพาสต้าใส่ไก่ (Chicken and Pasta Gratin)

ต๊ะเป็นคนไม่ถนัดนท ไม่ถนัดชีส กินได้น้อยถึงน้อยมากและหลังจากนั้นมักจะท้องอืด แน่นท้อง อาหารไม่ย่อย แต่ทั้งนมและชีสซาดาโอะกับโคชิชอบมาก ในตู้เย็นที่บ้านจะมีของสองสิ่งนี้ติดไว้ตลอด จริงๆ ต๊ะเองก็ไม่เกลียดนมหรือชีสนะคะ เพียงแค่เหมือนมันเป็นอะไรที่ไม่ค่อยเข้ากับระบบ ไม่รู้จะมีใครเหมือนกันไหม อย่างอาหารเช้าต๊ะชอบข้าว ข้าวต้มหรือโจ๊กมากกว่าขนมปัง อาหารกลางวันก็จะชอบก๋ยวเตี๋ยว ราเมน มากกว่าสปาเก็ตตี้ กระเพาะและระบบย่อยอาหารเป็นแบบเอเชียแบบสุดๆ

ต๊ะเคยทำกราแตงลง blog บ่้าง แต่ละครั้งก็จะใช้สูตรคนละสูตร วันนี้ส่วนผสมหลักคือพาสต้านะคะ ตัวซอสใส่นมไม่ใส่ whipping cream ใช้พาสต้าเส้นสั้นนะคะจะใส่มักกะโรนี หรือ Fusilli ก็ตามชอบ ตามสะดวก สูตรนี้เสิร์ฟได้ทั้งหมด 4 ที่ ต๊ะแบ่งเสิร์ฟเป็น 2 มื้อ ทำครั่งเดียวแต่แบ่งอบ 2 ครั้ง ตักใส่ถ้วยทนความร้อนแล้วเอา cling film ปิดไว้ พอใกล้เวลาอาหารก็เอามาอบ สูตรนี้ใส่ไข่ต้มด้วยนะคะ ไม่ได้มีแต่แป้งอย่างเดียวน้า

เอาล่ะค่ะ ตามมาดูสูตรกราแตงพาสต้าใส่ไก่ (Chicken and Pasta Gratin) ที่ต๊ะทำกินกับซาดาโอะ และโคชิดีกว่า อร่อยน้า

ส่วนผสม
ไข่ต้ม 2 ฟอง
นมสด 700 มล.
พาสต้าแบบแห้ง 300 กรัม
เกลือ 1/2 ช้อนชา
ซุปก้อนคนอร์ 1 ก้อน
เนย 60 กรัม
แป้งสาลี 60 กรัม
เกล็ดขนมปัง
เนื้อไก่หั่นเป็นชิ้น 70 กรัม
หอมใหญ่หั่นเป็นเส้นบางๆ 100 กรัม
ชีสขูดเป็นเส้น 70 กรัม

วิธีทำ
1. ต้มเส้นพาสต้าในนํ้าเดือด (อย่าลืมใส่เกลือเล็กน้อยนะคะ) ต้มจนนิ่มเหมือนเราทำเมนูพาสต้าทั่วไปเลย เสร็จแล้วตักพักไว้ค่ะ
2. แบ่งเนยมาสัก 1 ช้อนชา ตักใส่กระทะแล้วผัดไก่กับเนยให้สุก เสร็จแล้วตักใส่ถ้วยที่เราจะใช้อบนะคะ
3. ใส่เนยที่เหลือในหม้อใช้ ไฟอ่อนนะคะ พอเนยละลายหมดใส่แป้ง ผัดให้เข้ากันค่ะ
 4. ใ่สนมค่ะ ค่อยๆ ใส่นะคะ อย่าเทพรวดเดียว ไม่งั้นส่วนผสมจะเป็นก้อนๆ ไม่เข้ากัน เสร็จแล้วใส่เกลือและซุปก้อนคนอร์ลงไปค่ะ

5. ต้มต่อไปจนซอสข้น ปิดไฟค่ะ
4. ใส่เส้นพาสต้าลงไป คนๆ 
5. ตักส่วนผสมในข้อ 4 ใส่ลงในถ้วยที่เราจะใช้อบ จากนั้นโปะหน้าด้วยไข่ต้ม โรยชีสและเกล็ดขนมปัง อบที่อุณภูมิ 200 องศา ประมาณ 15- 20 นาทีนะคะ
ลองทำกันดูนะคะ

Friday, November 3, 2017

ชิราตากิผัดโชยุ (Stir Fried Shirataki Noodles)

วกกลับมาเมนูผัดๆ นะคะ วันนี้เป็นเมนูสุขภาพเราใช้เส้นชิราตากิค่ะ หลายๆ คนคงรู้จักและคุ้นกับเส้นชิราตากิกันเป็นอย่างดีแล้ว ชิราตากิเป็นบุกเส้นกลมนิยมเอามาใส่อาหารประเภทต้มอย่าง นาเบะ หรือสุกี้ยากี้ และบางครั้งก็อาจนำมาใช้แทนเส้นราเมนเวลาที่เราต้องการลดนํ้าหนักได้เหมือนกันนะคะ 

พูดถึงเรื่องลดนํ้าหนัก ช่วงนี้ต๊ะเองก็ยังอยู่ในช่วงไดเอ็ทแบบยาวๆ ลากมาตั้งแต่ต้นปี ธันวาคมปีก่อนนํ้าหนักต๊ะพุ่งไปถึง 64 ก.ก. ซึ่งถือว่าเยอะมาก เพราะต๊ะเองก็ไม่ใช่คนที่ตัวสุูงอะไร ตัวเลขขนาดนี้มากกว่าตอนที่ท้อง 9 เดือนด้วยซั้า ตอนนี้ลดมาได้จนเหลือ 55 ก.ก. ถือว่าลดเดือนละก.ก. ถือว่าค่อนข้างช้า เมื่อเทียบกับการลดนํ้าหนักรอบก่อนๆ อุปสรรคมีหลายอย่างทั้งอายุที่มากขึ้น และนิสัยส่วนตัวที่ชอบกินของอร่อย กินเยอะ แต่เรี่ยวแรงมีน้อยออกกำลังกายนานๆ ไม่ไหว ลดบ้างขึ้นบ้างตามประสา ตอนนี้ถือว่ามาได้ไกลพอสมควร แต่ก็ยังต้องออกกำลังกาย และระวังเรื่องอาหาร ก็เลยยังมีแว่บแอบทำเมนูสุขภาพเพื่อให้ไปถึงเป้าหมายเร็วขึ้น ชิราตากิผัดโชยุก็เป็นหนึ่งในเมนูที่ต๊ะทำบ่อยในช่วงหลังนะคะ 

ผักที่ใส่วันนี้มีแค่ถั่วฝักยาวกับพริกหวาน ถั่วฝักยาวเป็นถั่วฝักยาวที่ปลูกในญี่ปุ่นเนื้อจะแน่น กรอบ และฉํ่านํ้ากว่าถั่วฝักยาวที่ไทย ส่วนตัวต๊ะว่าถั่วฝักยาวไทยจะมีกลิ่นนิดหน่อย ลองเปลี่ยนไปใช้ผักอย่างอื่นตามสะดวกนะคะ 

เอาล่ะค่ะ ตามมาดูสูตรชิราตากิผัดโชยุ ที่ต๊ะทำกินกับซาดาโอะและโคชิดีกว่า อร่อยน้า

ส่วนผสม
เส้นชิราตากิ 320 กรัม
หมูหั่นเป็นชิ้นพอคำ 200 กรัม
ถั่วฝักยาว 150 กรัม
พริกหวานสีแดงและสีเหลืองอย่างละ 1 ลูก หั่นเป็นเส้นยาว
โชยุ 2.5 ช้อนโต๊ะ
นํ้าตาล 1.5 ช้อนโตีะ
สาเก 2 ช้อนโต๊ะ
นํ้ามันพืช 1.5 ช้อนโต๊ะ สำหรับผัด
วิธีทำ
1. ใส่นํ้ามันลงในกระทะ ตามด้วยหมู พอหมูเริ่มสุกใส่ถั่วผักยาวลงไป ผัดๆๆ

2. จากนั้นใส่พริกหวานลงไป ต๊ะไม่ค่อยชอบพริกหวานนิ่มๆ ชอบแข็งๆ หน่อย เลยใส่ทีหลัง
3. จากนั้นใส่เส้นชิราตากิลงไป แล้วตามด้วยเครื่องปรุงทั้งหมด
4. ระหว่างที่ผัดนํ้าจากชิราตากิจะออกมา อาจจะดูเจิ่งๆ นิดหน่อย ผัดต่อไปอย่าได้แคร์ค่ะ นํ้าจะแห้งลงจนพอดีเอง
เสร็จแล้วตักเสิร์ฟใส่จาน ลองทำกันดูนะคะ


Sunday, October 29, 2017

สเต๊กเห็ดหอม (Shitake Mushroom Steak)

เดือนตุลาปีนี้อากาศที่โตเกียวแปลกกว่าปีไหนๆ ฝนตกติดกันนาน 15 วัน ถือว่าอากาศเย็นมากเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน หลายๆ คนเริ่มงัดเสื้อขนเป็ดออกมาใส่ ฝนตกติดกันยาวนานขนาดนี้ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 127 ปีทีเดียว มิหนำซํ้าอีกแค่สองวันพายุไต้ฝุ่นลูกใหม่ก็จะเข้ามาอีกรอบแล้ว ถือว่าอากาศช่วงนี้โหด หาเวลาซักผ้าตากผ้ายาก และต้องระวังรักษาสุขภาพมากๆ ด้วย

วันนี้ถือเป้นวันแรกที่ฝนไม่ตก แดดออก อากาศสดใส ต๊ะเลยถือโอกาสออกไปเดินเล่น ไปสำรวจย่านฮาราจุกุมา ไม่ได้ไปแถวย่านนี้มานานมาก ได้มีโอกาสมาอีกครั้งนี้ดูอะไรก็ตื่นตาตื่นใจเหมือนคนไม่เคยมาเที่ยวญี่ปุ่นก็เป็นอารมณ์ที่ไม่เคยได้รู้สึกมานานแล้วนะคะ อาหารกลางวันวันนี้ต๊ะฝากท้องไว้ที่ร้าน Brook's ME BRO cafe เป็นกรีนคาเฟ่ที่เปิดตัวมาได้แค่ 3 เดือน เป็นร้านใหญ่ตั้งอยู่ในตึกมีทั้งหมด 2 ชั้น จำนวนที่นั่งกะคร่าวๆ น่าจะมากกว่า 90 ที่นั่ง เพดานสูงหายใจโล่ง ขนาดว่ามานั่งติดกับด้านที่สูบบุหรี่ ก็ยังไม่มีกลิ่นเหม็นลอยเข้ามากวนใจ

ร้านขายอาหารและเครื่องดื่มแนวสุขภาพ ซึ่งต๊ะก็ไม่ค่อยสันทัด แต่ลองชิมแล้วต้องยอมรับในความอร่อย แซนวิชใช้ขนมปังผิวแข็ง (Hard Bread) สอดไส้ไก่เทอริยากิที่ลดระด้บความหวานและความันลง และผักสดเรียกว่าเพียบ ราดด้วย dressing รสเค็ม หวาน เปรี้ยวนิดๆ อร่อยเกินคาดมาก เครื่องดื่มมีให้เลือกทั้งชา กาแฟ สมูทตี้ ต๊ะเป็นคนชอบนม เครื่องดื่มเลือกไม่ยาก วันนี้สั่ง Matcha Latte มากินกับแซนวิช ต๊ะก็ไม่ชัวร์นะว่ามันจะเข้ากันหรือเปล่า แต่ปกติก็กินอะไรไม่ค่อยจะเข้ากันอยู่แล้ว  เอาเป็นว่าทั้งเครืองดื่มทั้งอาหารอร่อยมาก ให้ห้าดาว อ้อ ถ้าจะเน้นเพื่อสุขภาพจริงๆ สามารถปรับเปลี่ยนส่วนผสมในเครื่องดื่ม เปลี่ยนจากนมเป็น almond milk นมถุั่วเหลือง หรือเปลี่ยนชนิดของนํ้าตาลได้ ถือเป็นหนึ่งในร้านประทับใจใน พ.ศ นี้อีกร้าน

ตัดกลับมาที่เมนูวันนี้ สเต็กเห็ดหอมจานนี้ต๊ะทำกินตั้งแต่ช่วงกินเจแล้ว จริงๆ ส่วนตัวไม่ได้กินเจ แต่ช่วงที่กินเจมีสูตรอาหารเจออกมาเยอะ ต๊ะสะดุดตากับเมนูนี้ในหนังสืออ่านเล่นในร้านทำผม เอามาลองทำ ลองชิม ปรับสูตรโน่นนี่ดู มันก็อร่อยเข้าทีเลยมานำเสนอใน blog ค่ะ

ส่วนผสมหลักวันนี้เป็นเห็ดหอมนะคะ แล้วต๊ะก็คิดว่ามันไม่ควรเป็นเห็ดอย่างอื่น เพราะน่าจะเข้ากับส่วนผสมและเครื่องปรุงอื่นๆ ไ้ด้ดีที่สุด ถ้าในตู้เย็นไม่มีก็อย่าขี้เกียจออกไปซื้อกันมาซะดีๆ

เอาล่ะค่ะตามมาดูสูตรสเต๊กเห็ดหอม ที่ต๊ะทำกินกับซาดาโอะ และโคชิดีกว่า อร่อยน้า

ส่วนผสม
เห็ดหอม 10 ดอก
กระเทียมบดหรือสับ 1/2 ช้อนชา
โชยุ 4 ช้อนชา
มิริน 1 ช้อนโต๊ะ
นํ้าตาล 1 ช้อนชา

งาขาวคั่ว
นํ้ามันพืช 1.5 ช้อนโตีะ

วิธีทำ
1. ผสมโชยุ มิริน นํ้าตาล กระเที่ยมบดในถ้วยเล็กๆ คนให้นํ้าตาลละลาย
2. ใส่นํ้ามันพืชลงในกระทะ พอร้อนใส่เห็ดหอมลงไป จี่ให้สุก
3. ใส่ส่วนผสมในข้อ 1 ลงไป ผัดเร็วๆ 
4. ตักใส่จาน โรยงาขาว เสิร์ฟได้ค่ะ ลองทำกันดูนะคะ




Tuesday, October 24, 2017

ยำสาหร่ายพวงองุ่น (Grape Seaweed Salad)

วันอาทิตย์ที่ผ่านมาต๊ะมีโอกาสไปทำบุญ ทอดกฐิน ที่วัดอิ่มบุญธัมมาราม เป็นวัดไทยตั้งอยู่ Ome ชายขอบของกรุงโตเกียว เป็นย่านบรรยากาศดีรายล้อมด้วยขุนเขา ด้านหลังวัดมีลำธารไหลผ่าน ร่มรื่นมาก ตัววัดเป็นอาคารที่ดัดแปลงมาจากบ้านหลังเก่า ถึงจะตั้งอยู่คิดถนนแต่ก็เงียบสงบ อันนี้อาจจะเป็นเพราะรถที่วิ่งส่วนมากเป็นรถไฮบริดก็ได้นะคะ 

ต๊ะถือว่าตัวเองเป็นคนไกลวัด ไม่ค่อยมีโอกาสได้ไปทำบุญสักเท่าไหร่ กฐินครั้งนี้เป็นครั้งแรกในรอบเกิน 20 ปี นับว่านานนานจนทีแรกไม่กล้าบอกเดี๋ยวจะเดาอยายุกันได้ ได้มาวัดหลังจากห่างหายไปนาน ก็ไม่รู้สึกแปลกแยก แต่กลับสุขกาย สุขใจอย่างที่นึกไม่ถึง บรรยากาศโดยรวมไม่ต่างจากงานกฐินที่เคยไปตอนอยู่ไทย คนแก่นุ่งซิ่นสวยๆ คาดเข็มขัดเิงน เข็มขัดทอง เออ แต่ไม่มีใครเคี้ยวหมากนะคะ มันดูอยอุ่นและคุ้นเคย ไม่ได้รู้สึกอยางนี้นานมากเหลือเกิน 

อาหารในโรงทานอร่อยมาก ต๊ะให้ห้าดาวทั้งในเรื่องหน้าตาและรสชาติที่ไม่เพี้ยนไปจากอาหารที่กินที่ไทยเลย..ไม่แม้แต่น้อย บางอย่างบางเมนูต๊ะงงเลยว่าทำได้ยังไงในญี่ปุ่น ลอดช่องกะทิสด  แกงเผ็ดใส่มะเขือเปราะ ขนมจีนราดแกงสารพัดสารพัน อากาศรอบตัวอุบอวลไปด้วยกลินเครื่องเทศสด อาหารรสชาติดีจนต้องเติมแล้วเติมอีกถึง 4 รอบ ซาดาโอะยังติดใจ (ถึงซาดาโอะจะเป็นคนญี่ปุ่นแต่ก็เคยอยู่ไทยนานกว่า 10 ปี เรื่องอาหารไทยพอไว้ใจได้นะคะ)

กลับมาเข้าเรื่องอาหารวันนี้ดีกว่า เมนูวันนี้คือยำสาหร่ายพวงองุ่น จริงๆ เป็นอาหารหน้าร้อนนะคะ เราจะไม่เห็นวางขายในช่วงนี้ แต่ที่ต๊ะได้มาเป็นแบบบรรจุกล่องใส่ถุงซิปพร้อมกับนํ้าทะเล เก็บไว้ได้นาน แกะจากกล่องยังดูสดใสอยู่ แต่ก็จะเค็มกว่าแบบที่เก็บสดๆ มาขายก็ตามนะคะ จริงๆ แล้วสาหร่ายพวงองุ่นเป็นอาหารประจำถิ่นของจังหวัดโอกินาว่า ตั้งอยู่มา 7-8 ปี ต๊ะเคยเห็นขายในซุปเปอร์มาร์เก็ตแถวบ้านแค่ครั้งเดียว สาหร่ายที่ใช้วันนี้ต๊ะได้มาจากงานโอกินาว่าแฟร์ งานแฟร์เล็กๆ ที่จัดในห้างแถวบ้าน ซึ่งงานแฟร์ลักษณะนี้มีบ่อยๆ แต่ของโอกินาว่ามาก็นานานทีปีหน นอกจากสาหร่ายพวงองุ่นต๊ะยังซื้อโอกินาว่าโซบะแบบกึ่งสำเร็จรูปมาด้วย บอกเลยว่าแทบหมดตัว

ปกติแล้วสาหร่ายพวงองุ่นจะเสิร์ฟสดๆ กับเลมอนและใบชิโสะ ลองชิมดูก่อนได้นะคะว่าชอบหรือเปล่า ถ้ารสชาติยังไม่ถูกใจจะมาทำเป็นยำสาหร่ายก็แล้วกันนะคะ

เอาล่ะค่ะตามมาดูสูตรยำสาหร่ายพวงองุ่นที่ต๊ะทำกินกับซาดาโอะและโคชิดีกว่า อร่อยน้า

ส่วนผสม
สาหร่ายพวงองุ่น 200 กรัม
นํ้ามันงา 1 ช้อนโต๊ะ 
นํ้าตาล 1/2 ช้อนชา
Rice Vinegar 1 ช้อนโต๊ะ
งาขาวคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ
พริกป่นญี่ปุ่น 1 ช้อนชา
หอมแดงซอย 1 หัว

วิธีทำ
1. นําส่วนผสมของซอสทั้งหมดเทรวมกันในอ่างผสม คนให้นํ้าตาลละลาย แล้วใส่สาหร่ายลงไปค่ะ เสร็จแล้วจะเสิร์ฟทันที หรือจะแช่ตู้เย็นทิ้งไว้สัก 1-2 ชั่วโมง (จะอร่อยขึ้นอีก) ก็ได้ค่ะ 

ปล. ต๊ะไม่มีภาพยำส่าหร่ายตอนทำเสร็จนะคะ พอดีแสงไม่พอ

ลองทำกันดูนะคะ





Wednesday, October 18, 2017

หอยเชลล์ชุบเกล็ดขนมปังทอด (Deep Fried Breaded Scallop)

วันนี้ต๊ะได้หอยเชลล์ตัวใหญ่มาจากซูปเปอร์ หอยสดๆ หลายชนิดเป็นอาหารที่มีเฉพาะฤดูกาล จริงอยู่ที่เราอาจจะหาหอยเชลล์สดกินในญี่ปุ่นได้ไม่ยาก แต่ถ้าจะให้อร่อยจริงก็ต้องเป็นช่วงที่อากาศเย็นๆ อย่างนี้ล่ะค่ะ ถ้าเป็นช่วงอื่นๆ ต๊ะจะเอาหอยเชลล์มาย่างกับมิโซะ หรือใส่นาเบะ  รวมกับวัตถุดิบอื่นๆ แต่ช่วงนี้หอยเชลล์ตัวใหญ่ไซส์บึ้มมาก ตอนที่ถ่่ายรูปต๊ะก็ลืมนึกไปว่าน่าจะเอาเทียบกับช้อนหรือฝ่ามือ จะได้เห็นชัดๆ ว่ามันใหญ่ขนาดไหน จริงๆ แล้วต๊ะว่าต๊ะต้องใส่ใจ เก็บรายละเอียดวัตถุดิบมากกว่านี้ คนอ่านจะได้เห็นภาพมากขึ้นนะคะ

หอยเชลล์ชุบเกล็ดขนมปังทอดเป็นเมนูทอดๆ ที่ดูหรูกว่าเมนจิคันสึ ทงคัตสื หรือโครอกเกะ คือเราจะไม่เห็นทอดวางขายตามซุปเปอร์มาร์เก็ต ตามร้านอาหารที่ขายของทอดโดยเฉพาะก็ยังไม่ค่อยเก็น ขนาดว่าสนๆ ยังไม่ได้ปรัง  8-9 ตัวที่เห้นก็ราคาเกือบ 800 เยนนะคะ เป็นวัตถุดิบราคาสูงทีเดียว ถ้าจะหาเมนูนี้กินก็ต้องไปแหล่งอย่างฮอกไกโด หรืออาโอโมริ เพราะแม้แค่ร้านอาหารในตลาดปลาสึคิจิก็ยังไม่มีเมนูนี้เลยนะคะ

วันนี้นอกจากทอดแล้ว ต๊ะยังแอบแบ่งหอย 2 ตัว ไว้ย่างและเสิร์ฟแบบซาชิมิ จัดเป็นเซ็ตแบบเทโชคุ ทำซุปมิโซะใส่หน้าท้องปลาแซลมอนด้วยนะคะ ไว้ต๊ะจะทยอยลงสูตร  ตอนนี้อาจจะไม่ได้มาบ่อยนักแต่ไม่ได้ติดงานอะไรที่ไหน ต๊ะกำลังคิดเรื่องปรับโฉม blog อีกครั้ง ยอมรับว่าหนักนะเพราะทำคนเดียวจริงๆ แต่ไม่ปรับก็ยากหน่อยเพราะดูๆ แล้ว blog นี้ มันดูเป็นงานยุค 90 มาก

เอาล่ะค่ะ ตามมาดูสููตรหอยเชลล์ชุบเกล็ดขนมปังทอด (Deep Fried Breaded Scallop) ที่ต๊ะทำกินกับซาดาโอะดีกว่า (โคชิไม่กินหอย) อร่อยน้า

ส่วนผสม
หอยเชลล์ปริมาณตามกำลังทรัพย์
แป้งสาลีเล็กน้อย
ไข่ไก่ตีพอเข้ากัน 1 ฟอง
เกล็ดขนมปัง
เกลือพริกไทยเล็กน้อย
นํ้ามันสำหรับทอด

วิธีทำ
1.ใช้ paper towel ซับหอยเชลล์ให้แห้งเท่าที่จะทำได้นะคะ อย่าข้ามขั้นตอนนี้เป็นอันขาดไม่อย่างนั้นเวลาทอดแล้วจะไม่กรอบ แฉะเร็วนะคะ
2.  โรยเกลือพริกไทยบางๆ 
3. เสร็จแล้วโรยแป้งสาลีใหัทั่ว จากนั้นชุบไข่ และคลุกเกล็ดขนมปังให้ทั่ว เอาลงทอดจนสุกเหลือง จะเสิร์ฟกับทาร์ทาร์ซอส หรือซอสทงคัตสิก็ตามสะดวก
ลองทำกันดูนะคะ