Monday, March 5, 2012

หอยอาซาริผัดผงกะหรี่สไตล์ญี่ปุ่น (Japanese Style Curry Clams)

ต๊ะห่างหายไปจากการทำอาหารญี่ปุ่นลงบล็อกนานมาก ๆ ต้องขอบอกก่อนว่าไม่ได้ยุ่งเสียจนไม่มีเวลาหรืออย่างไรหรอกนะคะ แต่เป็นเพราะอาหารที่ทำได้ก็ทำไปลงหมดแล้วนั่นเอง ระหว่างที่หายไปก็ไปฝึกวิชาอาหารญี่ปุ่นเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นหัดหุงข้าวซูชิ หัดม้วน หัดห่อ ข้าวห่อสาหร่าย จนถึงวันนี้ก็ยังไม่ก้าวหน้าได้อย่างที่คิดไว้เท่าไหร่ เมนูซูชิทั้งหลายที่อยากจะทำลงบล็อกก็ยังต้องร้องเพลงรอต่อไป 

วันนี้ก็จะยังเป็นเมนูอาหารญี่ปุ่นง่ายๆ แต่อร่อยลํ้า ที่มือใหม่ไม่เคยทำอาหารญี่ปุ่นก็ทำตามได้ไม่ยากเย็นเหมือนเดิมค่ะ  

ตั้งแต่มาอยู่โตเกียวต๊ะได้กินหอยอาซาริบ่อยมากๆ เพราะหากินได้ง่าย อร่อย มีตลอดทั้งปี ราคาก็ไม่แพง จะกินทั้งวันก็ยังไหว ที่สำคัญมันสด หวานฉํ่ามากๆ ค่ะ หอยที่นี่จะขายกันแบบเป็นๆ เท่านั้นค่ะ อย่าเพิ่งประณามในความโหดของคนทำเลยนะคะ แรกทีเดียวต๊ะไม่คุ้นกับการกินอาหารแบบนี้เท่าไหร่ ซื้อหอยลายมาก็แช่ตู้เย็นเอาไว้ แต่จะทิ้งไว้เป็นอาทิตย์มันก็ยังดูสดชื่นกันอยู่ทุกตัว ก็ต้องตัดใจเอามาทำกับข้าวทั้งๆ แบบนั้นนั่นแหละค่ะ อยู่ไปอยู่ไปก็คุ้นและชิน

เมนูวันนี้จริงๆ แล้วเป็นอาหารจีนแปลงร่างค่ะ เกิดขึ้นเพราะว่าต๊ะยังไม่เจอเมนูสไตล์ญี่ปุ่นแท้ที่ถูกใจเลย เวลาซื้อหอยอาซาริมาก็เอามาผัดกับนํ้าพริกเผา มันอร่อยก็ใช่ แต่มันไม่ได้เข้ากับอาหารญี่ปุ่นที่อยู่บนโต๊ะเลย ก็เลยดัดแปลง Kam Heong Clams ผัดหอยลายลูกผสม จีน อินเดีย มาเลย์ ที่ต๊ะเคยกินอร่อยตอนอยู่กัวลาลัมเปร์ มาลองแปลงสัญชาติดู ออกมาสำเร็จค่ะ อร่อย และเข้ากับอาหารญี่ปุ่นอื่นๆ จนคนทำยังตกใจเหมือนกัน 

หอยอาซาริเมื่อซื้อมาแล้วต้องแช่นํ้าทิ้งไว้ประมาณครึ่งชั่วโมงนะคะ เพื่อให้หอยคายดินออก แต่หอยลายญี่ปุ่นสะอาดมากค่ะ ดินแทบไม่มี หรือจะเป็นเพราะเป็นหอยลายเป็นก็ไม่รู้นะคะ เอาล่ะค่ะตามมาดูสูตรหอยลายผัดที่ต๊ะขอทึกทักเอาว่าเป็นสไตล์ญี่ปุ่นดีกว่าค่ะ 

ส่วนผสม 
หอยอาซาริ 250 กรัม 
หอมแดงซอย 4-5 หัว 
นํ้ามันหอย 1 ช้อนโต๊ะ 
มิโซะ 1 ช้อนชา
ผงกะหรี่ 1 1/4 ช้อนโต๊ะ 
สาเก 1 1/2 ช้อนโต๊ะ 
นํ้าตาล 1 ช้อนชา 

ล้างทำความสะอาดหอยอาซาริ เสร็จแล้วเอาใส่ตะแกรงทิ้งไว้ให้สะเด็ดนํ้าค่ะ 
ผสมส่วนผสมซอสทั้งหมดในถ้วยค่ะ 


ตั้งกระทำใส่นํ้ามันลงไปเล็กน้อย ใส่หอมแดงลงไปผัดให้หอมเลยค่ะ

ใส่หอยลายลงไปค่ะ ผัดเร็วๆ ใส่ซอสลงไปค่ะ แล้วผัดไปเรื่อยๆ จนหอยลายสุกดีนะคะ เสร็จแล้วตักใส่จาน กินกับข้าวสวยร้อนๆ อร่อยค่ะ ลองทำกันดูนะคะ 





  

0 comments:

Post a Comment